อุตรดิตถ์-รวบยอดคดีสะเทือนขวัญ! รวบ 2 เยาวชนตระเวนลักทรัพย์คอมพิวเตอร์โรงเรียน-รถ จยย. สารภาพสิ้นไส้ทำเพราะไม่มีเงินใช้

อุตรดิตถ์-รวบยอดคดีสะเทือนขวัญ! รวบ 2 เยาวชนตระเวนลักทรัพย์คอมพิวเตอร์โรงเรียน-รถ จยย. สารภาพสิ้นไส้ทำเพราะไม่มีเงินใช้

 

​วันที่ 3 สิงหาคม 2569
​พล.ต.ต.สุเทพ ประภากรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ (ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์) พร้อมด้วย พ.ต.อ.เจริญ แดงเรือง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร สภ.ลับแล (ผกก.สภ.ลับแล) พนักงานสอบสวน และชุดสืบสวน แถลงความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์สำคัญในพื้นที่ หลังแก๊งคนร้ายออกอาละวาดสร้างความเดือดร้อนไปทั่วเมือง
​จากการสืบสวนขยายผลและตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ และ สภ.ลับแล สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้คือ นาย หนุ่ม (นามสมมุติ)อายุ 17 ปี และ นายโบ๊ท(นามสมมุติ)อายุ 17 ปี เท่ากัน

​พฤติกรรมแห่งคดีคือ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. คนร้ายทั้งสองรายได้ร่วมกันทุบประตูห้องเรียน ลักทรัพย์สินประกอบด้วย ซีพียูคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง (มูลค่า 20,000 บาท), จอคอมพิวเตอร์ 3 จอ (มูลค่า 6,000 บาท) และเครื่องปริ้นเตอร์ 1 เครื่อง (มูลค่า 4,000 บาท) แถมยังมีความย่ามใจ ถ่ายภาพเซลฟี่หน้าโรงเรียนเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่ทางโรงเรียนจะเข้าแจ้งความในเวลา 07.00 น. ของวันเดียวกัน
​ต่อมาเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ตำรวจได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ฮอนด้าดรีม สีแดง ทะเบียน กนค.908 อุตรดิตถ์ พร้อมไอแพดและทรัพย์สินอื่นๆ ที่บ้านเลขที่ 90/3 หมู่ 5 ตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล



​เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านของนายหนุ่ม ผู้ต้องหาทั้งสองคนไหวตัวทันและวิ่งหลบหนีเข้าป่า โดยอาศัยรถจักรยานยนต์คันที่ขโมยมาขับหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของ นายอิน(อายุ 28 ปี) ในพื้นที่ตำบลแสนตอ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์
​เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางที่จอดซุกซ่อนอยู่ในบ้านพักเพิ่มเติมอีก 2 คัน ได้แก่
​ทะเบียน กพย 76 น่าน (สีแดง)
​ทะเบียน กวพ.422 อุตรดิตถ์ (สีเขียว)

 
​จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่มีงานทำและไม่มีเงินใช้ ประกอบกับครอบครัวแตกแยก ต้องอาศัยอยู่กับยายหรือญาติและไม่ได้เรียนหนังสือ จึงรวมตัวกันตระเวนก่อเหตุเพื่อนำทรัพย์สินไปแยกชิ้นส่วนขายตามร้านซ่อมรถ
​พล.ต.ต.สุเทพ ประภากรณ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เผยว่า จากการตรวจสอบเชิงลึกไม่พบว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการส่งออกนอกราชอาณาจักร พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ปกครองให้ช่วยกันดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากเยาวชนกระทำความผิด ผู้ปกครองก็อาจมีความรับผิดชอบทางกฎหมายด้วยเช่นกัน
​ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจาก ภ.จว.อุตรดิตถ์, สภ.เมืองอุตรดิตถ์ และ สภ.ลับแล ได้บูรณาการกำลังร่วมกันติดตามตรวจยึดของกลางกลับคืนมาได้ทั้งหมด และเตรียมส่งตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

Related posts