ชุมพร – “ศุภจี” นำทีมพาณิชย์ลงพื้นที่ชุมพร ติดตามสถานการณ์ทุเรียนภาคใต้ เร่งบริหารผลผลิตช่วงโค้งสุดท้าย หลังทุเรียนไทยส่งออกแล้วเกือบ 1.11 ล้านตัน มูลค่ากว่า 1.27 แสนล้านบาท พร้อมสั่งทำ “ปฏิทินผลไม้รายจังหวัด” เชื่อมโยงตลาดล่วงหน้า เปิดทางการขนส่ง และผลักดันการแปรรูป ลดปัญหาอุปทานส่วนเกินในระยะยาว

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ ณ บริษัท ศิริมงคล คอร์เปอเรท กรุ๊ป จำกัด ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร พร้อมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และตัวแทนเกษตรกร เพื่อเร่งดูแลผลผลิตทุเรียนในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล และรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อนำไปต่อยอดการทำงานและเชื่อมโยงการสนับสนุนให้ตรงกับความต้องการของจังหวัด
นางศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการมาดูแลการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรซึ่งถือเป็นจุดสำคัญในการรวบรวมผลไม้ของภูมิภาค หากชุมพรมีความเข้มแข็ง ก็จะช่วยให้ผลไม้จากจังหวัดโดยรอบสามารถเดินหน้าได้ด้วย โดยปีนี้ทุเรียนมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ทยอยออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 70–80% จึงต้องเร่งบริหารจัดการให้สามารถจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกได้อย่างต่อเนื่องจนจบฤดูกาลในระดับราคาที่เหมาะสม


“ช่วงเดือนที่ผ่านมาได้รับทราบว่าราคาทุเรียนเริ่มย่อตัวลง ตนได้สั่งการตั้งแต่เดือนมิถุนายนก่อนผลผลิตออกให้เข้าไปช่วยรับซื้อและดึงราคา โดยตั้งเป้าดูดซับทุเรียนภาคใต้ประมาณ 300,000 ตัน ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 200,000 ตัน ช่วยให้ราคากลับมาอยู่ในระดับที่สามารถเดินหน้าจนจบฤดูกาลได้” นางศุภจี กล่าว

สำหรับสถานการณ์การส่งออกทุเรียน ล่าสุดประเทศไทยส่งออกทุเรียนแล้ว 1,110,655.92 ตัน จำนวน 68,044 ตู้ มูลค่ากว่า 127,220.52 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 4 สิงหาคม 2569) สะท้อนว่าทุเรียนไทยยังสามารถรักษาตลาดส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง แม้ปีนี้จะต้องเผชิญทั้งปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้ง รวมถึงการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เร่งอำนวยความสะดวกด้านการส่งออกและการขนส่ง โดยทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดทางและแก้ไขปัญหาหน้าด่านไม่ให้ทุเรียนติดค้าง รวมถึงการใช้เส้นทางรถไฟและด่านหนองคาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกและลดข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันต้องทำตลาดล่วงหน้าและสร้างความต้องการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผลผลิตสามารถระบายออกได้ทันเวลา

“เราต้องดูแลตั้งแต่ต้นฤดูจนถึงปลายฤดู และไม่ได้ดูเฉพาะทุเรียน เพราะชุมพรมีทั้งมังคุด กล้วย สับปะรด GI สละ และผลไม้อื่น ๆ ตารางผลผลิตผลไม้ไม่เหมือนกัน จึงสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดจัดทำปฏิทินผลไม้ของชุมพรให้ชัดเจนว่า ช่วงไหนผลไม้อะไรจะออกมาก เพื่อที่กระทรวงพาณิชย์จะได้เข้าไปช่วยทำตลาดได้ตรงจังหวะ รวมทั้งจัดทำข้อมูลราคาให้เกษตรกรติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด” นางศุภจี กล่าว
ทั้งนี้ นางศุภจี ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและการจัดการส่วนเกิน โดยระหว่างการลงพื้นที่ได้เยี่ยมชมการนำเปลือกทุเรียนมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ซึ่งสามารถเปลี่ยนของเหลือจากการผลิตให้กลับมาใช้ประโยชน์ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวคิด Zero Waste รวมถึงการนำผลไม้และวัตถุดิบในพื้นที่มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่โดยอาศัยความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา

“ระยะยาวเรื่องการแปรรูปจะช่วยเราได้มาก เพราะเมื่อผลผลิตออกมากเกินกว่าความต้องการทั้งในและต่างประเทศ จะเกิดแรงกดดันด้านราคา ดังนั้นต้องคิดล่วงหน้าว่าตลาดต้องการสินค้าแปรรูปแบบใด แล้วจึงนำตลาดมานำการผลิต ไม่ใช่ผลิตสิ่งที่ตลาดไม่ต้องการ” นางศุภจี กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าช่วยเหลือผลไม้ชนิดอื่นของภาคใต้ โดยเฉพาะมังคุด ซึ่งปีนี้ราคายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ พร้อมร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุนบรรจุภัณฑ์และการขนส่ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถส่งผลไม้ไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศได้โดยตรง ขณะที่ปัญหามะพร้าวแกงซึ่งมีผลผลิตส่วนเกินในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้เข้ามาดูดซับผลผลิตในจังหวัดชุมพรแล้วประมาณ 4 ล้านลูก และจะเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติมควบคู่กับการแก้ปัญหาเชิงระบบ
นางศุภจี กล่าวว่า การทำงานต่อจากนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าภายใน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เพื่อให้ชุมพรเป็นต้นแบบการบริหารจัดการผลไม้ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนผลผลิต การทำตลาด การขนส่ง การแปรรูป ไปจนถึงการนำของเหลือกลับมาใช้ประโยชน์
“เป้าหมายคือทำให้ทุเรียนจบฤดูกาลได้อย่างน่าพอใจ เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าธุรกิจได้ และในระยะต่อไปต้องทำให้ระบบแข็งแรงขึ้น ทั้งการมีตลาดนำการผลิต การทำปฏิทินผลไม้ การแปรรูป และการใช้ประโยชน์จากส่วนเกิน เพื่อไม่ให้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในทุกฤดูกาล” นางศุภจี กล่าว
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นางศุภจีและคณะได้เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกษตรกรและผู้ประกอบการจังหวัดชุมพร รวมถึงสินค้า GI อาทิ กล้วยเล็บมือนางชุมพร ข้าวเหลืองปะทิวชุมพร กาแฟเขาทะลุ กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร กล้วยหอมทองละแม ทุเรียนชุมพร และสับปะรดสวี ตลอดจนผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง ผงกล้วย และผลิตภัณฑ์จากมะเดื่อ ก่อนเยี่ยมชมการคัดบรรจุทุเรียน การตรวจปล่อยตู้ส่งออก
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวรวุฒิ โปษกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต 1 พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน หอการค้าจังหวัดชุมพร สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร สภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร และสมาคมชาวสวนไม้ผลจังหวัดชุมพร เข้าร่วมประชุม
ธนกกร โกศลเมธีรายงาน 0818923514







Users Today : 1862
Users Yesterday : 2071
Total Users : 9160583
Total views : 41615858
Who's Online : 8