ส้มส่งสัญญาณ เหนื่อยกับชนกำแพง ”อนุทิน“สวนกลับ กำแพงสูงขึ้น หนาขึ้น
……
พลันที่ “ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์น้ำตาคลอ ถึงความเหนื่อยยากในการชนกับกำแพง ให้คำตอบประชาชนไม่ได้ว่า ทำไมถึงไม่สำเร็จ
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ออกมาโพสต์โต้ตอบทันทีเหมือนกัน แต่อ่านแล้วอาจจะตีความยากหน่อย
“วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก“
ถ้าถอด “ความหมายทางการเมือง” จาก 2 โพสต์นี้ ผมมองว่า มันไม่ใช่แค่การโพสต์ให้กำลังใจหรือการโต้กันเรื่องคำพูด แต่เป็นการสื่อสารคนละมุมต่อ “กำแพงทางการเมือง” ที่กำลังขวางอยู่ และที่น่าสนใจคือ ทั้งสองฝ่ายใช้ภาพเดียวกันคือ “วิ่งชนกำแพง” แต่ตีความต่างกันมาก
1. โพสต์ของอนุทิน: “กำแพงสูงขึ้น หนาขึ้น” คือสัญญาณว่าเกมยังไปไม่ถึงไหน
ข้อความว่า “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก”
ถอดความตรง ๆ คือ
พยายามผลักดันเรื่องใดเรื่องหนึ่งซ้ำ ๆ แต่เจอแรงต้านมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ายังใช้วิธีเดิม ก็มีแต่ตัวเองที่เสียหาย
จุดสำคัญอยู่ที่คำว่า “กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น”
ไม่ได้บอกเพียงว่า “ทำไม่สำเร็จ” แต่บอกว่า อุปสรรคกำลังแข็งแรงขึ้น
-รัฐบาลหรือฝ่ายบริหารกำลังเจอแรงต้านจากกลไกการตรวจสอบของฝ่ายค้าน องค์กรประชาชน
-ยิ่งเดินหน้า ยิ่งเจอกระบวนการตรวจสอบ กฎหมาย หรือแรงต้านทางการเมือง
-อนุทินกำลังเตือนว่า การเดินหน้าชนตรง ๆ อาจทำให้ “ต้นทุนทางการเมือง” สูงขึ้น
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ “ศิริกัญญา” รับลูกคนละด้าน
ศิริกัญญาเปรียบการต่อสู้ว่า“สู้กับกำแพง เอาอย่างไรก็เอามันไม่ลง”
อนุทินพูดว่า ถ้าชนกำแพงต่อก็เจ็บหัว
ขณะที่ฝั่งสิริกัญญากำลังสื่อว่า แม้กำแพงจะยังพังไม่ได้ แต่ก็ต้องหาทางทำให้เห็นว่าการต่อสู้นั้นมีผลลัพธ์
ฝ่ายหนึ่งมอง “กำแพง” เป็นเหตุผลให้ต้องเปลี่ยนวิธี
อีกฝ่ายมอง “กำแพง” เป็นเหตุผลให้ต้องหาความสำเร็จระหว่างทาง
อนุทินไม่ได้ระบุว่า “กำแพงคือใคร” ศิริกัญญา ก็ไม่ได้บอกว่าอะไรคือกำแพง แต่อ่านแล้ว สื่อสารได้ว่า หมายถึงอะไร
แต่ในเชิงการสื่อสารการเมือง คำว่า “กำแพงสูงขึ้น หนาขึ้น” มีลักษณะเป็นข้อความที่ส่งสารว่า
“ผมรู้ว่ามีแรงต้าน และแรงต้านนั้นกำลังเพิ่มขึ้น”
ที่สำคัญคือประโยคท้าย
“มันก็เจ็บหัวอีก”คำนี้ไม่ใช่ภาษาของคนที่กำลังประกาศชัยชนะเลย
มันออกแนว คนที่เริ่มประเมินต้นทุนของการเดินหน้าชน
ถ้าโยงกับการเมืองช่วงนี้ จะเห็น “เกมสองชั้น”
ผมมองว่าการเมืองตอนนี้ไม่ได้มีแค่รัฐบาล vs ฝ่ายค้าน
แต่กำลังกลายเป็นรัฐบาล vs กำแพงทางสถาบัน/กฎหมาย/กลไกตรวจสอบ /ภาคประชาชน
และอีกชั้นหนึ่งคือฝ่ายค้านต้องพิสูจน์กับประชาชนว่า การพยายามผลักดันวาระของตัวเอง แม้ไม่สำเร็จ ก็ยังมีความหมาย
นี่ทำให้ข้อความของอนุทินกับศิริกัญญาพูด บังเอิญมาอยู่ในภาพเดียวกันแล้วมีนัยทางการเมืองมากกว่าที่คิด
“อนุทินส่งสัญญาณ ‘อย่าวิ่งชนกำแพง’ ฝ่ายส้มสวน ‘พังไม่ได้ ก็ต้องเดินหน้าต่อ’”
ใครสร้างกำแพงได้หนากว่า คนนั้นได้เปรียบ
และผมคิดว่า “ประตู” นี่แหละ คือหัวใจของการเมืองระยะต่อไป
เพราะถ้ากำแพงหนาขึ้นเรื่อย ๆ การเมืองจะไม่ได้วัดกันว่า ใครแรงกว่า แต่จะวัดกันว่า ใครหา “ทางผ่าน” เจอก่อน
#นายหัวไทร
#ชนกำแพงหนา
#ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน







Users Today : 370
Users Yesterday : 1036
Total Users : 9162057
Total views : 41620508
Who's Online : 7