สืบ ตม.6 จับมือ สืบ สตม. ล็อกตัวอาชญากรรายสำคัญพบพฤติกรรมรุนแรงพยายามฆ่าเพื่อนร่วมชาติ กรรโชกทรัพย์ วางเพลิง มีการวางแผนให้เพื่อนร่วมชาติช่วยพาหนีและหลบซ่อนในไทย

สืบ ตม.6 จับมือ สืบ สตม. ล็อกตัวอาชญากรรายสำคัญพบพฤติกรรมรุนแรงพยายามฆ่าเพื่อนร่วมชาติ กรรโชกทรัพย์ วางเพลิง มีการวางแผนให้เพื่อนร่วมชาติช่วยพาหนีและหลบซ่อนในไทย

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ให้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนไทย ทั้งลักลอบหนีคดีจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ลักลอบเข้าไทยเพื่อก่อเหตุข้ามชาติ

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.สัญชัย ถิ่นวงษ์แดง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ สตม. ปฏิบัติราชการ บก.ตม.6, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ สตม. มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6 ประสานการปฏิบัติกับ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. กรณีได้รับทราบการประสานจากฝ่ายกิจการตำรวจกลุ่มประเทศนอร์ดิกและกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ช่วยทำการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญที่ก่อคดีอาชญากรรมรุนแรงได้หลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.6 นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 ,ร.ต.ท.ปวเรศ นนทสุต รอง สว. (สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ท.ภูริศ คำหมื่น สว.กก.2 บก.สส.สตม.,ร.ต.อ.ณัฐบดินทร์ ปงใจ รอง สว.กก.2 บก.สส.สตม. ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าติดตาม โดยผู้ต้องหาดังกล่าวคือ Mr.Kevin ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่เป็นอาชญากรรุนแรง มีการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าคนสวีเดนในประเทศสวีเดน กรรโชกทรัพย์ วางเพลิงรุนแรง รวมทั้งมีความเกี่ยวโยงกับคดีฆาตรกรรมอื่นๆ ด้วย ซึ่งถือเป็นบุคคลอันตรายที่ต้องรีบทำการจับกุม ซึ่งชุดสืบสวน ตม.6 ได้สืบสวนทราบว่า Mr.Kevin ได้หลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย

โดยตรวจสอบจากระบบไบโอเมตริกพบว่าบุคคลดังกล่าว ได้เดินทางเข้าที่ประเทศไทยทางด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ด้วยวีซ่า ผ.60-ม.17 และยื่นข้ออยู่ต่อที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ซึ่งปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว และได้ไปหลบซ่อนอยู่ตามที่พักต่างๆ ในเกาะสมุย โดยมีเพื่อนร่วมชาติคือ MR.Alex ซึ่งเป็นบุคคลที่มีประวัติการกระทำความผิดฐานรับของโจรและยาเสพติดและอยู่ในระหว่างการรับโทษ โดยได้หลบหนีออกมาจากประเทศสวีเดน ก่อนการรับโทษสิ้นสุดและเป็นบุคคลที่ทางการสวีเดนต้องการตัวเช่นกัน ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 และครบกำหนดอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยถึงวันที่ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว คอยให้ความช่วยเหลือMr.Kevin ในการจองห้องพัก จัดหาอาหารและสิ่งของต่างๆ

Mr.Kevin จะหลบซ่อนอยู่ในที่พักเกือบตลอดเวลา และมีการเปลี่ยนที่พักอยู่บ่อยๆ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม.6 ได้ลงพื้นที่เกาะสมุยสืบสวนติดตามอย่างหนัก จนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายได้หลบหนีออกจากพื้นที่เกาะสมุย ไปหลบซ่อนอยู่ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 จึงได้ทำการประสานความร่วมมือไปยัง กก.2 บก.สส.สตม. ให้ช่วยทำการตรวจสอบและทำการจับกุม

จนกระทั่ง วันที่ 23 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. ได้ดักเฝ้ารออยู่บริเวณหน้าคอนโดหรูดังกล่าว ซึ่งระหว่างเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเฝ้ารอนั้น ได้มีชายลักษณะคล้าย Mr.Kevin ปรากฎตัวเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจสอบจากการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวคือ Mr.Kevin โดย Mr.Kevin ยอมรับว่าปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยของตนได้สิ้นสุดแล้วจำนวน 9 วัน (overstay 9 วัน) และเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศสวีเดนจริง จากนั้น Mr.Kevin ได้ยินยอมและนำพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบห้องพัก จากการตรวตสอบห้องพัก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบ Mr.Alex อยู่ในห้องพัก ซึ่ง Mr.Alex ยอมรับว่า ปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยของตนได้สิ้นสุดแล้ว จำนวน 195 วัน (overstay 195 วัน) และพบโทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง บัตรเครดิต จำนวน 3 ใบ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เนื่องจากเชื่อว่าเป็นสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิดและส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสวีเดนเพื่อขยายผลในการสืบหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายและแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และเมื่อมีการดำเนินคดีที่ไทยเสร็จแล้วจะได้มีการผลักดันผู้ต้องหาทั้งสองรายกลับไปยังประเทศสวีเดนต่อไป

พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สตม. ที่ยังคงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ

Related posts