เปิดโปง “โกคาร์ททิพย์” ไล่ล่าม้าสายถอน สาวซิ่งแหกวงล้อม แกะจากคดียาออนไลน์ถึงสแกมเมอร์ข้ามชาติ อดีตแอดมิน “ฟีลแฟน” อ้างวันเดียวถอนสูงสุด 5 แสน

เปิดโปง “โกคาร์ททิพย์” ไล่ล่าม้าสายถอน สาวซิ่งแหกวงล้อม แกะจากคดียาออนไลน์ถึงสแกมเมอร์ข้ามชาติ อดีตแอดมิน “ฟีลแฟน” อ้างวันเดียวถอนสูงสุด 5 แสน

ตำรวจนครบาลแกะรอยคดียาเสพติดออนไลน์ สะดุดเส้นเงินเครือข่ายสแกมเมอร์ ก่อนเปิดปฏิบัติการไล่ล่า “ม้าสายถอน” คาตู้เอทีเอ็มย่านพระราม 2 สาวร่วมขบวนการซิ่งรถหนีแหกวงล้อม ก่อนตามรวบได้ในเวลาต่อมา ขยายผลจับรวม 3 ราย ยึดยาไอซ์–เคตามีน เงินสด และสลิปธุรกรรมเพียบ พบกลโกงเปิด TikTok ปั้นร้าน “โกคาร์ททิพย์” ก๊อปคลิปสร้างความน่าเชื่อถือ หลอกเหยื่อโอนเงินแล้วเชิด อดีตคนทำงานแก๊ง “ฟีลแฟน” อ้างเคยประจำสีหนุวิลล์ ก่อนหวนเข้าวงจรรับจ้างถอนเงิน วันละหลักแสน สูงสุดถึง 5 แสนบาท

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมชุดสืบสวน ศอ.ปส.บช.น. ขยายผลเครือข่ายยาเสพติดออนไลน์ กระทั่งพบเบาะแสเชื่อมโยงไปยังขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ

แนวทางสืบสวนพบชายหญิงคู่หนึ่งมีพฤติการณ์ตระเวนทำธุรกรรมหลายพื้นที่ ถอนเงินสดจำนวนมาก และติดต่อกับผู้สั่งการทางโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามจนพบว่า ทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่าทำหน้าที่เป็น “ม้าสายถอน” ให้เครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศเมียนมา

หน้าที่ของม้าสายถอนคือรับ QR Code หรือรหัสถอนเงินสดจากผู้สั่งการ นำไปถอนเงินจากตู้ ATM โดยไม่ต้องใช้บัตร ก่อนรวบรวมเงินสดแล้วนำไปฝากเข้าบัญชีอื่น เพื่อเคลื่อนย้ายเส้นเงินต่อเป็นทอดๆ ลดโอกาสถูกติดตามถึงตัวผู้บงการ

ตำรวจตัดสินใจเข้าจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่ง ขณะกำลังถอนเงินจากตู้ ATM บริเวณถนนพระราม 2 ซอย 47 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

จังหวะเข้าจับกุม หญิงที่นั่งอยู่ภายในรถไหวตัวทัน ก่อนขับรถหลบหนีออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

จากการตรวจค้นรถพบยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพ เจ้าหน้าที่จึงขยายผลต่อไปยังบ้านพักภายในซอยประชาอุทิศ 33 แยก 10 ก่อนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้เพิ่มอีก 1 ราย พร้อมตรวจพบเคตามีนและหลักฐานเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก

ปฏิบัติการครั้งนี้จับกุมผู้ต้องหาได้รวม 3 ราย ในจำนวนนี้ 2 รายมีหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ และฟอกเงิน ส่วนข้อกล่าวหาอื่นอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย ยาไอซ์ 3 ถุง เคตามีน 1 ถุง เงินสด 50,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รวมถึงสลิปถอนและฝากเงินสดจำนวนมาก ซึ่งตำรวจนำมาตรวจสอบเพื่อแกะรอยเส้นทางการเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

จากการสืบสวนพบรูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินที่พยายามลดการใช้บัตร ATM โดยผู้สั่งการจะส่ง QR Code หรือรหัสถอนเงินผ่านแอปพลิเคชันสื่อสาร จากนั้นม้าสายถอนจะนำรหัสดังกล่าวไปกดเงินสดตามตู้ ATM

เงินที่ไหลมาจากหลายบัญชีจะถูกถอนออกมารวมเป็นก้อน ก่อนนำไปฝากผ่านเครื่องรับฝากเงินสดเข้าสู่บัญชีอื่นอีกทอดหนึ่ง โดยตำรวจระบุว่า เงินบางส่วนมีเส้นทางไปสู่การซื้อทองคำ

หนึ่งในกลโกงที่ตำรวจตรวจพบคือการหลอกขาย “รถโกคาร์ท” ผ่านช่องทางออนไลน์

ขบวนการนำภาพและคลิปรถโกคาร์ทจากหลายแหล่งมาสร้างช่อง TikTok ปั้นหน้าร้านให้ดูเสมือนเป็นผู้จำหน่ายจริง มีทั้งคลิปรถหลายรุ่น ภาพการทดลองขับ และเนื้อหาสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนตั้งราคาจูงใจให้เหยื่อตัดสินใจซื้อ

ตำรวจมองว่าเครือข่ายใช้วิธี “กินน้อย แต่กินนาน” ไม่จำเป็นต้องหลอกเหยื่อรายเดียวเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่กระจายหลอกคนจำนวนมาก ตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่นบาท เมื่อเงินจากเหยื่อจำนวนมากไหลมารวมกันก็กลายเป็นเงินก้อนโต

สินค้าที่ใช้เป็นเหยื่อล่อสามารถเปลี่ยนไปตามกระแส แต่โครงสร้างสำคัญยังเหมือนเดิม คือ สร้างร้านปลอม–หลอกให้โอน–เงินเข้าบัญชีม้า–ม้าสายถอนรีบกดเงินออก ก่อนส่งต่อไปยังปลายทาง

ข้อมูลที่ตำรวจให้ความสนใจอีกส่วน มาจากคำให้การของผู้ต้องหารายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เคยเดินทางไปทำงานที่เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา กับขบวนการสแกมเมอร์รูปแบบ “ฟีลแฟน–หลอกลงทุนเทรดหุ้น”

วิธีการเริ่มจากสร้างตัวตนปลอมผ่าน LINE ทำทีเป็นทักผิดคน จากนั้นค่อยๆ พูดคุยสร้างความสนิทสนมและความสัมพันธ์ประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนชักชวนเหยื่อให้นำเงินมาลงทุน

ผู้ต้องหาอ้างว่า ขณะทำงานได้รับทั้งเงินเดือนและส่วนแบ่งตามยอดเงินที่สามารถหลอกเหยื่อได้ และทำอยู่ประมาณ 3 ปี ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

ต่อมาได้กลับไปติดต่ออดีตเพื่อนร่วมงาน ซึ่งอ้างว่าขยับขึ้นเป็นหัวหน้าเครือข่ายฝั่งเมียนมา จึงเข้ามารับหน้าที่ถอนเงินสดตามตู้ ATM โดยบางวันมียอดถอนตั้งแต่ 100,000-500,000 บาท

พล.ต.ต.ธีรเดชระบุว่า เงินที่ประชาชนสูญเสียรายละไม่กี่ร้อยหรือไม่กี่พันบาท เมื่อถูกรวบรวมจากเหยื่อจำนวนมาก สามารถกลายเป็นเงินมหาศาลที่หล่อเลี้ยงเครือข่ายอาชญากรรมได้

ดังนั้น การสืบสวนจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงคนที่กดเงินหน้าตู้ ATM แต่ต้องไล่ย้อนตั้งแต่ ผู้หลอก–บัญชีม้า–ม้าสายถอน–ผู้รวบรวมเงิน–ผู้สั่งการ ไปจนถึงปลายทางของเงิน

เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสาวให้ถึงเครือข่ายระดับสั่งการต่อไป

ตำรวจฝากเตือนประชาชนว่า ภาพหรือคลิปสินค้าที่ดูสมจริงบน TikTok หรือโซเชียลมีเดีย ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าร้านค้านั้นมีสินค้าจริง

โดยเฉพาะสินค้าที่ตั้งราคาถูกกว่าท้องตลาดผิดปกติ ผู้ซื้อควรตรวจสอบประวัติร้าน ตัวตนผู้ขาย รีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และช่องทางการชำระเงินอย่างละเอียดก่อนโอน

ขณะเดียวกัน ผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชี ขายบัญชี หรือยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีธนาคารไปใช้ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะบัญชีอาจถูกนำไปรับเงินจากผู้เสียหาย และเจ้าของบัญชีอาจถูกดำเนินคดีหากมีพยานหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 ส่งพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าขยายผลไล่ล่าผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายต่อไป
//

Related posts