พิจิตร-ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมยาไอซ์300กก.มูลค่าประมาณ150ล้านบาท

รอง ผบก.ภ.6 – ผู้ว่าฯพิจิตร ร่วมกันแถลงข่าวผลจากการตั้งด่านตรวจสามารถจับกุมผู้ขน ผู้ค้า ยาเสพติดรายใหญ่ ผู้ต้องหา 3 ราย รถยนต์ 2 คัน ยาไอซ์300กก.มูลค่าประมาณ150 ล้านบาท สอบสวนขยายผล ต้นทาง-ปลายทาง

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 , พล.ต.ต.ทรงพล สังข์เกษม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร , นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร , นายปริวัชร วัชรวิภา นายอำเภอวชิรบารมี , พ.ต.อ.ศักดิ์สุธี คำมูล ผกก.สภ.วชิรบารมี ได้ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อรายงานความคืบหน้าจากกรณีเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 69 เวลาประมาณ 21.30 น. ขณะที่ตำรวจ สภ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ตั้งจุดตรวจบนถนนทางหลวงหมายเลข 117 พิษณุโลก-พิจิตร-นครสวรรค์ ได้มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้สีขาวลำปาง เห็นด่านตรวจแล้วขับรถเลี้ยวหนีไปยังเส้นทางสายรอง ซึ่งดูแล้วผิดสังเกต ตำรวจที่แบ่งกำลังอยู่ในเส้นทางรองดังกล่าวจึงให้สัญญาณหยุดรถและขอตรวจพบ นายสุทธิชัย นามสมมุติ(ทราบชื่อภายหลัง) อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา มีท่าทางพิรุธ จึงได้ขอทำการตรวจค้น สอบถามนายสุทธิชัย ฯ ให้การว่าเดินทางมาจาก จ.ลำปาง จะเดินทางไปหาแฟนที่ จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสงสัยว่าเส้นทางดังกล่าวไม่ใช่เส้นทางหลัก จึงเชิญตัวนายสุทธิชัยฯ มายังจุดตรวจบ้านนาฯ เพื่อทำการตรวจสอบ

พบโทรศัพท์ของนายสุทธิชัยฯ มีการคุยแชททางไลน์ เกี่ยวกับเส้นทางที่จะไป จ.ชัยนาท จึงได้สอบถามนายสุทธิชัย ฯ อีกครั้ง รับว่าตนเองทำหน้าที่ขับรถนำให้รถขนคนต่างด้าว โดยรถคันที่ขนคนต่างด้าวและยาเสพติด เป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน

ตำรวจ สภ.วชิรบารมี จึงได้ออกติดตามรถคันดังกล่าวในพื้นที่รับผิดชอบ ต่อมาเวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พบรถที่มีลักษณะรูปพรรณตรงตามที่นายสุทธิชัยฯ แจ้ง เป็นรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์ เชียงใหม่ จอดอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven สาขาบึงบัว ม.1 ต.บึงบัว อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปสอบถาม นายจายวุน(ทราบชื่อภายหลัง) ซึ่งนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ได้ให้การวกวนเป็นพิรุธ บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนทำงานก่อสร้างอยู่หลังเซเว่น เดินมาซื้อของที่เซเว่นฯ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปสอบถาม นายจายอู ฯ(ทราบชื่อภายหลัง) ซึ่งนั่งโดยสารอยู่ภายในรถยนต์ข้างคนขับ (ขณะนั้นไม่มีคนขับนั่งประจำรถ) ถึงคนขับรถคันดังกล่าว นายจายอู ฯ ยืนยันว่า นายจายวุน ฯ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์มาจอดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นความผิดปกติจึงได้ขอทำการตรวจค้น

 

 

ผลการตรวจค้นเบื้องต้นพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่หลายถุงวางอยู่บริเวณที่นั่งตอนหลังผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบถาม นายจายวุนฯ ว่าถุงดำขนาดใหญ่บรรจุสิ่งใด นายจายวุนฯ แจ้งว่าไม่ทราบว่าคืออะไรเพราะตนมีหน้าที่รับจ้างขนสิ่งของดังกล่าวไปส่งยังปลายทางที่ จ.ชัยนาท โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 25,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายจายวุน ฯและนายจายอูฯ มายังจุดตรวจบ้านนา และได้ทำการตรวจสอบภายในรถพบถุงดำขนาดใหญ่ จำนวน 10 กระสอบ โดยภายในกระสอบพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) บรรจุอยู่ในถุงชา สีขาว-เขียว ถุงละ 1กิโลกรัม จำนวน 30 ถุง ใส่อยู่ในกระสอบ คลุมด้วยพลาสติกสีดำ มีผ้าขาวม้าผูกเป็นสายสะพายหลัง จำนวน 10 กระสอบ รวมน้ำหนักทั้งสิ้นประมาณ 300 กิโลกรัม

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายจายวุน ฯและนายจายอูฯ พบว่ามีการคุยแชททางไลน์กับนายสุทธิชัย ฯ จึงน่าเชื่อว่านายสุทธิชัย ฯ เป็นผู้ขับขี่รถนำคันที่ขนยาเสพติดจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
ล่าสุดผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ตร.สภ.วชิรบารมี ได้นำตัวขออำนาจศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตร ทำการฝากขังเพื่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สิทธิพจน์ เกบุ้ย/พิจิตร/

Related posts