ราชบุรี- สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์

ราชบุรี- สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ “โครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ”
วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 ณ มณฑลพิธีโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธีดังกล่าว โครงการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่นี้ เกิดขึ้นจากแผนการขยายพื้นที่โรงพยาบาล โดยมีการจัดหาที่ดินติดกับโรงพยาบาลเพิ่มเติมจำนวน 7 ไร่ 35 ตารางวา เพื่อรองรับการก่อสร้างและการขยายบริการทางการแพทย์ มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ อาคารแห่งใหม่นี้จะถูกใช้เป็นสถานที่ตรวจสุขภาพเชิงปฐมภูมิ และเป็นศูนย์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวราชบุรี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก รวมถึงรองรับการส่งต่อและดูแลผู้ป่วยโรคสำคัญและโรคเฉพาะทางจากพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่โรงพยาบาล บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนผู้มาใช้บริการ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระเมตตาและมีพระลิขิตโปรดประทานนามอาคารทั้ง 2 หลัง ดังนี้
อาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ ได้รับประทานนามว่า “ฉลองสตวัสส์” (อ่านว่า: ฉะ-หลอง-สะ-ตะ-วัด) มีความหมายว่า “ฉลองพระชนมายุ 100 พรรษา”อาคารฟื้นฟูสภาพ ได้รับประทานนามว่า “พิพรรธน์ศตพรรษ์” (อ่านว่า: พิ-พัด-สะ-ตะ-พัน) มีความหมายว่า “บันดาลความเจริญวัฒนายิ่งกว่าร้อยปี” โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) หรือชื่อเดิมคือ “โรงพยาบาลดำเนินสะดวก” ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมประมาณ 29 ไร่ ในตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เปิดให้บริการแก่ประชาชนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ต่อมาได้รับพระอนุญาตให้เชิญพระนาม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาเป็นชื่อโรงพยาบาลแทนชื่อเดิม เนื่องในโอกาสมงคลสมัยทรงเจริญพระชนมายุ 100 พรรษา ปัจจุบัน โรงพยาบาลมีสถานะเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ระดับ M1 ขนาด 304 เตียง (เปิดให้บริการจริง 272 เตียง) มีศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์ครบสาขาหลักตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน อุบัติเหตุฉุกเฉิน อายุรกรรม ศัลยกรรม สูติกรรม กุมารเวชกรรม กระดูก จักษุ และทันตกรรม ตลอดจนมีบริการเฉพาะทางที่ทันสมัย อาทิ หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU, NICU, PICU) ศูนย์ไตเทียม ห้องผ่าตัด หอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Unit) และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
โรงพยาบาลแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการเป็นสถานพยาบาลหลักของอำเภอดำเนินสะดวก รับผิดชอบดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ประมาณ 90,000 คน ครอบคลุม 13 ตำบล 104 หมู่บ้าน การจัดสร้างอาคารใหม่ทั้ง 2 หลังนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของจังหวัดราชบุรีให้ก้าวหน้าและยั่งยืนสืบไป
หลังจากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงประเด็นการทำงานของรัฐบาลและกระแสข่าวการตรวจสอบการทุจริต ในโอกาสเดินทางมาร่วมประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ ณ มณฑลพิธีโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
นายอนุทิน เปิดเผยถึงการนัดหมายของพรรคร่วมรัฐบาลว่า ตลอดระยะเวลา 6 เดือนตั้งแต่เข้ามาทำงาน คณะรัฐมนตรียังไม่เคยได้ร่วมรับประทานอาหารเพื่อพูดคุยกันในบรรยากาศสบายๆ เดิมทีได้มีการนัดหมายกันในวันพรุ่งนี้ แต่มีความจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการออกไปก่อน เนื่องจากมีภารกิจสำคัญยิ่งต่อข้อถามถึงกรณีที่รัฐบาลเริ่มให้รัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีออกมาสื่อสารข้อมูลกับประชาชนมากขึ้น นายอนุทินระบุว่า ตนยังไม่ได้ติดตามรายละเอียดในส่วนนี้มากนัก อย่างไรก็ตาม มองว่าการเข้ามาทำงานเกือบจะครบครึ่งปี ทำให้การทำงานทุกอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น ทางกรมประชาสัมพันธ์จึงได้มีดำริให้คณะรัฐมนตรีออกมาสื่อสารผลงาน ปมข่าวลือทุจริตสอบและมาตรการของกระทรวงมหาดไทย สำหรับกระแสข่าวลือเรื่องการทุจริตสอบ ที่มีการพาดพิงว่าอาจมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีในชุดปัจจุบันเข้าไปมีส่วนร่วมนั้น นายอนุทินยืนยันว่า หากเป็นเพียงกระแสข่าวว่าคนนั้นคนนี้พูด ตนไม่สามารถตอบได้ และจำเป็นต้องมีหลักฐานหรือสิ่งที่พิสูจน์ได้ หากผู้ใดพบเห็นความไม่เป็นธรรม หรือมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการทุจริตไม่ว่าในระดับใด ขอให้นำหลักฐานนั้นไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ทันที ปัจจุบันหน่วยงาน ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบและกำลังดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้อยู่แล้ว ประชาชนยังสามารถส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปยัง ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย หรือ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อเป็นช่องทางในการส่งมอบข้อมูลให้ ป.ป.ช. นำไปดำเนินการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป ในส่วนของการดำเนินการภายในของรัฐบาล ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้วกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้บุคคลที่ถูกพิจารณาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสีย ให้ออกจากตำแหน่งที่มีอำนาจบริหารจัดการในหน่วยงานกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส

Related posts