กาฬสินธุ์-พบแล้ว! “ปลาหมอคางดำ” บุกเขื่อนลำปาว จับเพิ่มรวดเดียว 26 ตัว ยอดสะสมพุ่ง 41 ตัว

หน่วยเคลื่อนที่เร็วกาฬสินธุ์ไม่รอช้า ลุยตรวจค้นรอบเขื่อนลำปาวต่อเนื่อง ล่าสุดจับได้เพิ่มอีก 26 ตัวในวันเดียว ทั้งกลางวัน-กลางคืน ยอดสะสมทะลุ 41 ตัว เร่งเอกซเรย์พื้นที่หวั่นแพร่กระจายลงแหล่งน้ำตอนล่าง แม้ยังไม่ระบาดหนัก แต่ต้องจับตาใกล้ชิด

 

 

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 รายงานสถานการณ์ “ปลาหมอคางดำ” ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง มีรายงานจากหน่วยเคลื่อนที่เร็วแก้ปัญหาปลาหมอคางดำของจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่ายังคงลาดตระเวนตรวจค้นรอบบริเวณเขื่อนลำปาวอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะจุดที่เคยพบการแพร่ระบาดมาก่อน คือบ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี และบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย ผลปฏิบัติงานล่าสุดถือว่าน่าตกใจไม่น้อย เพราะสามารถจับปลาหมอคางดำได้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นช่วงกลางวันจับได้ 18 ตัว และช่วงกลางคืนถึงดึกอีก 8 ตัว รวมเบ็ดเสร็จวันเดียว 26 ตัว

 

นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จุดที่จับได้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบริเวณเดิมที่เคยตรวจพบ โดยเฉพาะที่บ้านคำเขื่อนแก้ว ซึ่งปลาส่วนใหญ่ติดเข้าไปในเครื่องมือประมง “ตุ้ม” ที่ชาวบ้านวางดักไว้ และมีการแจ้งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมยอดทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึง 16 กันยายน พบว่า บ้านคำเขื่อนแก้ว จับได้สะสม 34 ตัว บ้านนาอวน จับได้ 5 ตัว บ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จับได้ 1 ตัว บ้านโคกครึม ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จับได้ 1 ตัว รวมยอดสะสมทั้งสิ้น 41 ตัว สำหรับปลาหมอคางดำที่จับได้แต่ละตัวมีอายุประมาณ 3-6 เดือน สะท้อนให้เห็นว่ามีการกระจายตัวอยู่บริเวณเหนือเขื่อนลำปาว และยังไม่มีรายงานพบในพื้นที่อื่น แม้จำนวนที่จับได้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นชุกชุมหนาแน่น เนื่องจากไม่พบการรวมฝูง ส่วนใหญ่พบกระจายเพียงจุดละ 1-3 ตัวเท่านั้น

 

”สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ปลาหมอคางดำจะได้ชื่อว่าเป็น นักล่า แต่ในเขื่อนลำปาวเองก็มีปลาเจ้าถิ่นตัวใหญ่ที่ไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็น ปลาชะโด ปลากดคัง ปลาตองลาย ปลาสลาด และปลาช่อน ซึ่งล้วนเป็นนักล่าตามธรรมชาติที่พร้อมจัดการผู้บุกรุกหน้าใหม่ ประกอบกับยังมีชาวประมงที่ออกจับปลาทุกวัน ก็เท่ากับช่วยควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำไปในตัว ถึงแม้จะพบปลาหมอคางดำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ยังไม่ถือว่าระบาดรุนแรง แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด“ ประมงฯ กล่าวในที่สุด

 

รายงานแจ้งว่าจากการสำรวจคาดการณ์ว่า ปลาหมอคางดำถูกนำมาปล่อยในพื้นที่ริมตลิ่งเขื่อนลำปาว ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี มานานกว่า 1 ปีแล้ว และเริ่มขยายพันธุ์เติบโตตามธรรมชาติ การระดมเครือข่ายประมงพื้นบ้านร่วมกับทีมปฏิบัติการของประมงจังหวัด จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตรวจพบปลาหมอคางดำได้มากขึ้นในช่วงนี้ ทั้งนี้ทางประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงและนักตกปลาช่วยกันจับปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าสามารถนำมาปรุงอาหารรับประทานได้ ขณะที่ในระดับกระทรวงฯ อยู่ระหว่างจัดสรรงบประมาณเบื้องต้นเข้ามาสนับสนุน ส่วนการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติยังทำไม่ได้ เนื่องจากยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนด

 

ขณะที่ผลการเอกซเรย์พื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบริเวณดังกล่าว ยังไม่พบความผิดปกติจากการระบาดของปลาหมอคางดำแต่อย่างใด แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามก็ยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อกุ้ง ส่วนพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำปาวและลำน้ำชี ที่มีการเลี้ยงปลากระชัง ก็ยังไม่พบสัญญาณการแพร่ระบาดเช่นกัน ดังนั้นแม้สถานการณ์ในขณะนี้จะยังอยู่ในการควบคุม แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุกวันก็เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม เขื่อนลำปาวจะกลายเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ครั้งใหญ่หรือไม่ ต้องจับตาดูกันต่อไป

 

Related posts