สตม. รวบสมุนยากูซ่า หน่วงเหนี่ยวกักขังในพูลวิลล่ากลางเมืองพัทยาช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นถูกกักขังในพูลวิลล่าเมืองพัทยา พร้อมจับกุมต่างด้าวอยู่เกิน 2 ราย

สตม. รวบสมุนยากูซ่า หน่วงเหนี่ยวกักขังในพูลวิลล่ากลางเมืองพัทยาช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นถูกกักขังในพูลวิลล่าเมืองพัทยา พร้อมจับกุมต่างด้าวอยู่เกิน 2 ราย
วันนี้22กันยายน2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.
โดย ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ศปชก.สตม.) นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.โกเมน วรรณบวร สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ ร.ต.อ.เอกวิน ชีวมงคล รอง สว.กก.4 บก.สส.สตม. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปชก.สตม. ร่วมกันปฏิบัติการตรวจสอบกรณีบุคคลสัญชาติญี่ปุ่นถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวในบ้านพักพูลวิลล่า พื้นที่เมืองพัทยา
สืบเนื่องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับการประสานจาก สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ขอให้ช่วยเหลือบุคคลสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังภายในบ้านพักพูลวิลล่าในพื้นที่เมืองพัทยา
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อ ศาลแขวงพัทยา ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายค้น เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว
ผลการตรวจค้นพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่น จำนวน 3 ราย และสัญชาติกัมพูชา จำนวน 1 ราย จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลสัญชาติญี่ปุ่นจำนวน 1 ราย เป็นบุคคลเดียวกับที่มีการร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการช่วยเหลือออกจากสถานที่ดังกล่าว และนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยกผู้เสียหายตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป
ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่เหลือ พบว่า บุคคลสัญชาติญี่ปุ่น จำนวน 2 ราย มีสถานะการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร สิ้นสุดลงแล้ว (อยู่เกินกำหนด) ได้แก่
MIZUWA NATO สัญชาติญี่ปุ่น
KOBA YUTO สัญชาติญี่ปุ่น
เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการจับกุมบุคคลทั้งสองราย และนำตัวส่ง สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อขยายผลถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยืนยันว่า จะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองบุคคลที่อาจตกเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย

Related posts