“อาจารย์นพศิลป์” สั่งล่าหมายแดง! สตม. ผนึก INTERPOL ตท. สันติบาล และตำรวจเวียดนามคดีฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์กว่า 300 ล้านบาท คาห้างดังภูเก็ต
ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ และเร่งรัดติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับระหว่างประเทศที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.คธา เกษรมาลา รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม./กรรมการและเลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ณรงค์พล พิมลศิริ รอง ผบก.ส.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. เร่งรัดสืบสวนติดตามบุคคลตามหมายจับของทางการเวียดนาม

วันนี้ (6 ต.ค. 2569) เวลาประมาณ 10.00 น. กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ ตม.จว.ภูเก็ต, ตท., ตำรวจสันติบาล และเจ้าหน้าที่ INTERPOL ลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัว MR. TANG NGOC อายุ 50 ปี สัญชาติเวียดนาม บุคคลตามหมายจับของตำรวจจังหวัดหล่าวกาย หน่วยงานตำรวจสอบสวนคดีอาญา ลงวันที่ 12 พ.ค. 2569 ในความผิดฐาน ใช้ความไว้วางใจในทางมิชอบเพื่อยักยอกทรัพย์ และเป็นบุคคลตามประกาศหมายแดงขององค์การตำรวจสากล INTERPOL RED NOTICE

จากการสืบสวนพบว่า MR. TANG NGOC เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่องจนทราบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวหลบไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ติดตาม กระทั่งพบตัว MR. TANG NGOC บริเวณศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ อำเภอฉลอง จังหวัดภูเก็ต จึงเข้าควบคุมตัวและดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนส่งตัวให้ กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินการกักตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามต่อไป

เปิดปฏิบัติการ MAHARLIKA 5 ระดมล่าบุคคลตามหมายแดง
การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับองค์การตำรวจสากล หรือ INTERPOL เปิดปฏิบัติการ MAHARLIKA 5 ระหว่างวันที่ 5–8 ตุลาคม 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามบุคคลตามหมายแดง (Red Notice) รวมถึงการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยมีประเทศเข้าร่วมปฏิบัติการ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน มาเลเซีย และประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย สตม. ได้บูรณาการกำลังและข้อมูลข่าวสารร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ INTERPOL ตท. ตำรวจสันติบาล และฝ่ายความมั่นคงของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อเร่งติดตามบุคคลตามหมายแดงที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย
คดีมูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท

จากการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเวียดนาม พบว่า MR. TANG NGOC NHO มีพฤติการณ์กระทำความผิดโดยทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้เสียหายในการขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์จำนวนประมาณ 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านด่ง หรือประมาณ 150 ล้านบาท แต่กลับไม่นำเงินส่งมอบให้แก่ผู้เสียหาย และเบียดบังเงินดังกล่าวไปเป็นของตนเอง ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมยังพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีในลักษณะเดียวกันในปี พ.ศ. 2563 มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 15,000 ล้านด่ง หรือประมาณ 20 ล้านบาท รวมทั้งมีข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อีกหลายรายการ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 200,000 ล้านด่ง หรือประมาณ 300 ล้านบาท

“ประสานวันนี้ จับวันนี้” ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการประสานงานด้านข้อมูลข่าวสารระหว่าง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจเวียดนาม ตท. ตำรวจสันติบาล และ INTERPOL โดยมีการส่งต่อข้อมูลและสนับสนุนการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถกำหนดเป้าหมายและติดตามตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะการทำงานในลักษณะ “ประสานข้อมูลวันนี้–จับกุมวันนี้” ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างประเทศและหน่วยงานความมั่นคงของไทยเข้าสู่ทีมปฏิบัติการในพื้นที่ทันที ส่งผลให้สามารถติดตามและควบคุมตัวบุคคลตามหมายแดงได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและกระบวนการความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อส่งตัว MR. TANG NGOC กลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามต่อไป





Users Today : 1184
Users Yesterday : 2155
Total Users : 9261569
Total views : 41803320
Who's Online : 14