ภาคีเครือข่ายสุขภาพจังหวัดชายแดนใต้ จัดเวทีสาธารณะ “แก้ไข พ.ร.บ.สสส. ใครได้ ใครเสีย?” เปิดพื้นที่ถกผลกระทบการแก้ไขกฎหมายกองทุนฯ
พร้อมออกแถลงการณ์คัดค้าน ด้าน‘วันนอร์’ ประธานที่ปรึกษานายกฯ ย้ำกฎหมายต้องแก้เฉพาะที่เป็นปัญหา ยึดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ทำลายโครงสร้างหลักของกฎหมาย ชม สสส.-ภาคประชาสังคม เสริมงานชุมชน ร่วมแก้วิกฤตยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้าเป็นรูปธรรม
วันที่ 31 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ภาคีเครือข่ายป้องกันปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดเวทีสาธารณะชายแดนใต้ ภายใต้หัวข้อ “แก้ไข พ.ร.บ.สสส. ใครได้ ใครเสีย?” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ซึ่งมีสาระสำคัญในการยกเลิกเงินบำรุงกองทุนอัตราร้อยละ 2 จากภาษีสุราและยาสูบ และเปลี่ยนไปใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ในเวทีเปิดให้ผู้เข้าร่วมเขียนจดหมายถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษในประเด็น “Earmarked Tax กับระบบพลังสังคมด้านการสร้างเสริมสุขภาวะ” โดยนักวิชาการจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมวงเสวนา 2 ประเด็น ได้แก่ “ความหมาย-คุณค่าของ สสส. กับการสร้างหุ้นส่วนการพัฒนา” และ “การมีอยู่ของ สสส. สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนได้อย่างไร” โดยหลังการเสวนาเครือข่ายได้ไปยื่นหนังสือถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอ 5 ข้อเรียกร้องผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล
นายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายฯ ได้จัดทำแถลงการณ์ร่วมในนาม 29 องค์กร แสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กฎหมายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กฎหมายกองทุนผู้สูงอายุ และกฎหมายกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทย เราเห็นว่าการเปลี่ยนระบบจัดสรรรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบเพิ่มเติม หรือ Earmarked Tax ไปเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี อาจกระทบความมั่นคงของแหล่งเงิน ความต่อเนื่องในการดำเนินภารกิจ และความเป็นอิสระขององค์กรที่ทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ
“เหตุผลสำคัญ 5 ประการ ที่เราคัดค้านร่าง พ.ร.บ ดังกล่าว ได้แก่ การทำลายระบบงบประมาณเพื่อภารกิจเฉพาะที่ยึดหลัก “ผู้ก่อปัญหาเป็นผู้จ่าย” การขาดการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน ความเสี่ยงที่ภาคธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงภาษี การเปิดช่องให้กลไกทางการเมืองแทรกแซงการจัดสรรงบประมาณ และการไม่สอดคล้องกับเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ทั้งนี้ ผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 14 ตุลาคม 2569 ตามข้อมูลในแถลงการณ์ พบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.สสส. สูงถึง 85,734 คน โดยเห็นด้วยเพียงร้อยละ 9.33 และไม่เห็นด้วยร้อยละ 89.47 ส่วนร่าง พ.ร.บ.กองทุนผู้สูงอายุ มีผู้เห็นด้วยร้อยละ 73.12 ร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ร้อยละ 72.42 และร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาการกีฬา ร้อยละ 67.88” นายวันอาฟันดี กล่าว
นายวันอาฟันดี กล่าวต่อว่า ภาคีเครือข่ายฯ แสดงความห่วงใยว่า การเปลี่ยนแปลงแหล่งเงินสนับสนุนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 25 ปี อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานสร้างเสริมสุขภาพในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการรณรงค์ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า การป้องกันอุบัติเหตุ การส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพชุมชนและภาคประชาสังคม การดำเนินงานเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา มัสยิด ผู้นำชุมชน และเครือข่ายประชาชน หากเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีโดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน อาจทำให้การสนับสนุนกิจกรรมในชุมชนขาดความต่อเนื่อง และกระทบต่อโอกาสการเข้าถึงงานสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง
ด้านนายอับดุลปาตะ ยูโซะ กล่าวยืนยันว่า เราไม่ได้คัดค้านการตรวจสอบหรือการยกระดับธรรมาภิบาลของ สสส. แต่สนับสนุนให้พัฒนาระบบบริหารจัดการให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรักษากลไกเงินบำรุงร้อยละ 2 เพื่อให้ภารกิจสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยหลังการเสวนาเราได้ไปยื่นหนังสือถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอ 5 ข้อเรียกร้องผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล
“ทั้งนี้ในหนังสือเปิดผนึกเรามีจุดยืนและข้อเสนอดังนี้ 1. ขอให้ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือให้นายกรัฐมนตรีไม่ลงนามรับรอง พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีตัวแทนทุกพรรคการเมืองและภาคประชาสังคมร่วมศึกษาการพัฒนากองทุน 2.ขอให้ประเมินผลกระทบด้านการเงินการคลัง รายได้ รายจ่าย และงบประมาณรองรับภารกิจเดิมในระยะยาว 3.ขอให้คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและการดำเนินงานในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง 4. การยกระดับธรรมาภิบาล ระบบตรวจสอบ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกกลไกเงินบำรุงเดิม และ 5. ขอให้เปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น พร้อมเคารพผลการรับฟังความคิดเห็นตามกระบวนการของกฎหมาย” นายอับดุลปาตะ กล่าว
นายอับดุลปาตะ กล่าวอีกว่า เราขอย้ำว่า การปฏิรูประบบบริหารจัดการกองทุนควรดำเนินการบนพื้นฐานของข้อมูลและการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และขอให้คงกลไกเงินบำรุงอัตราร้อยละ 2 ไว้ เรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างหรือไม่รับรองร่างแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ เพื่อรักษาระบบงบประมาณเฉพาะด้านที่สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สื่อสาธารณะ ผู้สูงอายุ และการพัฒนากีฬา
ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของกฎหมายเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ ดังนั้นเมื่อกฎหมายเดิมมีข้อบกพร่องตรงจุดไหน ก็มุ่งแก้ไขเฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหา โดยไม่ทำลายโครงสร้างหรือกลไกที่มีประโยชน์ต่อสังคมและประชาชนอยู่แล้ว ดังนั้น ตนจึงเข้าใจต่อข้อห่วงกังวลของภาคีเครือข่าย และให้ความสำคัญกับการคงไว้ซึ่งกลไกสนับสนุนการทำงานของภาคประชาชน โดยเฉพาะงานสร้างเสริมสุขภาพที่ต้องอาศัยจิตอาสา ความเสียสละ และการทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชน เพราะลำพังรัฐบาลทำฝ่ายเดียวไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้น ตนรับปากว่าจะนำหนังสือดังกล่าวไปมอบให้นายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง พร้อมรับฟังและช่วยประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
“งานของ สสส. และภาคประชาสังคมในพื้นที่ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ได้ลงลึกไปช่วยแก้ปัญหาสำคัญ ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดที่ทำลายระบบประสาทของเยาวชนจนกลายเป็นปัญหาสังคมร้ายแรง ผมจึงขอชื่นชมการทำงานของทั้ง 29 ภาคีเครือข่าย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกคนในการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป”นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
///////////////
รายชื่อ 29 ภาคีเครือข่าย เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (ศูนย์ประสานงานภาคใต้ตอนล่าง) ศูนย์ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดปัตตานี เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดนราธิวาส เครือข่ายสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนราธิวาส สมาคมศิษย์เก่าบัณฑิตอาสา ม.อ. สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปัตตานี สมาคมสะพานปัญญาชายแดนใต้ สมาคมประชาสังคมนราธิวาส สมาคมสร้างเสริมสุขภาวะภาคใต้ สมาคมเยาวชนพัฒนาบ้านเกิด (PPS) สมาคมฟ้าใสส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนชายแดนใต้ หน่วยจัดการสุขภาวะมุสลิมมลายู หน่วยจัดการชุมชนน่าอยู่ภาคใต้ หน่วยจัดการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดนราธิวาส กลุ่มต้นกล้าพันธุ์ใหม่ชายแดนใต้ กลุ่มเยาวชนบ้านไทยสุข ชมรมเยาวชนโคกพะยอมรักษ์สันติ แกนนำนักศึกษาเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ ม.อ.ปัตตานี เครือข่ายครูตาดีกาป้องกันปัจจัยเสี่ยง สภาผู้นำชายคามัสยิด เครือข่ายเยาวชน YSDN ชมรมอีหม่ามอำเภอตากใบ เครือข่ายมัสยิดปลอดบุหรี่ ชมรมคนหัวใจเพชร มูลนิธิคนเห็นคน เครือข่ายชุมชนเปี่ยมสุข มูลนิธิวิถีสุข และหน่วยกู้ชีพอิควะห์รามัน





Users Today : 13307
Users Yesterday : 9635
Total Users : 9372529
Total views : 41954531
Who's Online : 84