ล่าข้ามแดน! รวบสาวไทยหนีคดียา 3.2 ล้านเม็ด ซุกลาว–โยงเครือข่ายยานรกข้ามชาติ ยึดรวมกว่า 5.8 ล้านเม็ด

ล่าข้ามแดน! รวบสาวไทยหนีคดียา 3.2 ล้านเม็ด ซุกลาว–โยงเครือข่ายยานรกข้ามชาติ ยึดรวมกว่า 5.8 ล้านเม็ด

หนองคาย–เวียงจันทน์ — ปฏิบัติการปราบยาเสพติดข้ามชาติเดินหน้าเข้ม เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. สั่งการชุดปราบปรามประสานกำลังหน่วยงานไทย–ลาว รับตัวผู้ต้องหาคดีใหญ่ “ยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด” กลับมาดำเนินคดีในไทย หลังหลบหนีไปกบดาน สปป.ลาว

การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับ นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และหน่วยสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคอีสาน รับตัว น.ส.ศรสวรรค์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี คดีลำเลียงยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด เมื่อกลางปี 2568 ที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 1 ฝั่งนครหลวงเวียงจันทน์

จากการสืบสวนพบว่า แม้ผู้ต้องหาจะหลบหนีไปอยู่ใน สปป.ลาว แต่ยังคงเคลื่อนไหวในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ทำหน้าที่ประสานงานลำเลียงยาเข้าสู่ไทย โดยเชื่อมโยงกับทั้งกลุ่มชาวลาวและชาวไทย รับคำสั่งจากหัวขบวนฝั่งลาวที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้

เครือข่ายดังกล่าวถือเป็น “สายลำเลียงหลัก” ที่ใช้คนในขบวนการควบคุมเส้นทาง ขนส่ง และโอนเงินค่ายาอย่างเป็นระบบ สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อความมั่นคงชายแดน

ข้อมูลจาก ป.ป.ส. ระบุว่า ในปี 2568 เครือข่ายนี้เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดอย่างน้อย 6 คดี จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย พร้อมของกลางมหาศาล ทั้งยาบ้ากว่า 5.8 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 917 กิโลกรัม

พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือเชิงลึกระหว่างไทยและ สปป.ลาว โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองกับหน่วยงาน LCDC ซึ่งช่วยปิดช่องว่างอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมย้ำว่า ป.ป.ส. จะเร่งขยายผลถึงตัวการรายใหญ่ เดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อ “ถอนราก” เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติให้สิ้นซาก
//

Related posts