ตม.ชลบุรี ปลอมตัวเป็นช่างไฟ บุกทลายแก๊งอินเดียลักลอบตั้งออฟฟิศเทรดหุ้น-คริปโทเคอร์เรนซีเงินหมุนเวียนเดือนละ 30 ล้าน

ตม.ชลบุรี ปลอมตัวเป็นช่างไฟ บุกทลายแก๊งอินเดียลักลอบตั้งออฟฟิศเทรดหุ้น-คริปโทเคอร์เรนซีเงินหมุนเวียนเดือนละ 30 ล้าน

ตม.ชลบุรี ปลอมตัวเป็นช่างไฟฟ้า ปิดล้อมบ้านพักหรูย่านพัทยา รวบชาวอินเดีย 30 ชีวิต ลักลอบเปิดออฟฟิศเทรดหุ้น-คริปโทเคอร์เรนซี โดยไม่ได้รับอนุญาต พบเงินหมุนเวียนสะพัดเดือนละ 30 ล้านบาท ตำรวจเร่งขยายผลหวั่นเป็นแก๊งสแกมเมอร์หลอกเพื่อนร่วมชาติ

ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ที่ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและกวาดล้างชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในราชอาณาจักร โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีพฤติกรรมเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรืออาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและจัดระเบียบสังคมให้เรียบร้อย

วันที่ 20 เม.ย.2569 พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กวิณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี และว่าที่ พ.ต.ท.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.จว.ชลบุรี นำกำลังชุดสืบสวนปราบปราม เข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านหรูใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับเบาะแสว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันเป็นจำนวนมากและคาดว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย

โดยปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายมานานกว่า 2 สัปดาห์ จนมั่นใจว่ามีการลักลอบทำงานผิดกฎหมายจริง วันที่ 20 เม.ย.2569 เจ้าหน้าที่จึงวางแผนปลอมตัวเป็นช่างไฟฟ้าเข้าทำทีติดต่อสอบถามข้อมูล เมื่อสบโอกาสจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบแบบสายฟ้าแลบ

จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบชาวอินเดียรวมทั้งหมด 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มพนักงาน 19 คน กำลังนั่งปฏิบัติงานหน้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอยู่ที่ชั้นล่าง และอีก 11 คนกำลังพักผ่อนอยู่ที่ชั้นบนของบ้าน โดยมี MR.SANDEEP อายุ 40 ปี สัญชาติอินเดีย แสดงตัวเป็นบิ๊กบอสหัวหน้ากลุ่ม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 22 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 49 เครื่อง และสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายหลายรายการ ซึ่งจากการตรวจสอบวีซ่าพบว่าส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น MR.SANDEEP ให้การอ้างว่า ตนเป็นบิ๊กบอสหัวหน้าออฟฟิศโดยได้รับการว่าจ้างให้มาดูแลพนักงานชาวอินเดียกว่า 30 คน ค่าจ้างเดือนละ 15,000 – 20,000 บาท เพื่อทำหน้าที่เทรดหุ้นในตลาดอินเดียและคริปโทเคอร์เรนซี โดยเป็นแอดมินคอยหาลูกค้าและบริการ โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้ตั้งฐานอยู่ที่ประเทศดูไบ แต่เนื่องจากสถานการณ์สงครามจึงย้ายมาตั้งออฟฟิศที่เมืองพัทยา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ โดยได้เร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกภายในคอมพิวเตอร์และหลักฐานทางการเงิน เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นการทำธุรกิจเทรดหุ้นจริง หรือเป็นกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ที่หลอกลวงเพื่อนร่วมชาติให้มาร่วมลงทุนแล้วเชิดเงินหนี ซึ่งจากสมุดรายรับ-รายจ่ายพบยอดเงินหมุนเวียนสูงถึงเดือนละ 30 ล้านบาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากลุ่มคนชาวอินเดียดังกล่าวฐาน “ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อหาผู้เช่าบ้านหลังนี้ฐานไม่แจ้งที่พักอาศัยกรณีมีคนต่างชาติเข้าพักอาศัยตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเสนอ ผบก.ตม.3 เพิกถอนวีซ่าผู้ต้องหาทั้งหมดและเตรียมผลักดันกลับประเทศต่อไป

Related posts