สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงาน บูรณาการความร่วมมือสหรัฐอเมริกา ยกระดับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติและการค้ามนุษย์ มุ่งเป้า Tier 1
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูง ประกอบด้วย นางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ, นายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และภาคประชาสังคม เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 21 – 25 เมษายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุมและชี้แจงผลการปฏิบัติงานของประเทศไทย ในด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชน 
การยกระดับความร่วมมือระดับทวิภาคี
ในการเดินทางครั้งนี้ คณะผู้แทนจากประเทศไทยได้เข้าหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยรับทราบถึงนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งเน้นการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของพลเมืองอเมริกันมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 193,935 ล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา โดยพบว่าฐานปฏิบัติการหลักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชา เมียนมา และสปป.ลาว ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงประชากรจากกว่า 40 ประเทศ รวมถึงคนไทย เพื่อนำไปบังคับใช้แรงงานในการหลอกลวงข้ามชาติ
ทางด้าน นางจานีน พีร์โร (Jeanine Pirro) อัยการเขตปกครองโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา และหัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจปราบปรามศูนย์หลอกลวงข้ามชาติ (Scam Center Strike Force) ซึ่งรับคำสั่งตรงจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ที่ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ Warroom IAC ซึ่งสามารถบูรณาการข้อมูลร่วมกับสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ นำไปสู่การอายัดบัญชีและติดตามทรัพย์สินคืนสู่ผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) ที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดและยึดทรัพย์สินได้เป็นจำนวนมาก
การเปิดเผยข้อมูลสำคัญด้านการสืบสวนอาชญากรรมร้ายแรง
ในการประชุมหารือ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านการข่าวและการสืบสวน กรณีการทลายฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่บริเวณชายแดนช่องจอม ประเทศกัมพูชา ซึ่งพบกลุ่มบุคคลหลากหลายสัญชาติกว่า 10,000 คน ที่ถูกหลอกลวงและบังคับใช้แรงงานในลักษณะ Romance Scam และการหลอกลวงให้ลงทุน นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบหลักฐานสำคัญที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ได้แก่ บัญชีรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของพลเมืองอเมริกันที่เป็นเป้าหมายกว่า 10,000 ราย ตลอดจนการค้นพบสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายห้องคุมขัง อุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ในการทรมานผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง รวมถึงห้องเอกซเรย์และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ซึ่งนำไปสู่ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์ในตลาดมืด หรือการทดลองที่ผิดหลักจริยธรรม ซึ่งทางการสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และได้ตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือทางการข่าวและการสืบสวนร่วมกับทางการไทย เพื่อขยายผลถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในประเทศกัมพูชาต่อไป
เป้าหมายการประเมิน Tier 1 และการเปิดตัวระบบ “SHIELD”
คณะผู้แทนไทยยังได้เข้าหารือร่วมกับ นายเกบ เอโม (Mr. Gabe Amo) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และสมาชิกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนกฎหมายเกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ รวมถึง นายเดวิด วิลเลี่ยมส์ (Mr.David Williams) เจ้าหน้าที่อาวุโส กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา และ นางเรเชล เอ็ม. พอยน์เตอร์ (Mrs. Rachel M. Poynter) รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานติดตามและต่อต้านการค้ามนุษย์ (TIP Office) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งรับผิดชอบในการประเมินระดับ Tier ของประเทศไทยในปีนี้ โดยได้ชี้แจงถึงความมุ่งมั่นและผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมของไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับ Tier 2 ต่อเนื่องมา 4 ปี โดยตั้งเป้าหมายที่จะได้รับการยกระดับสู่ Tier 1 เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ
พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการตอกย้ำจุดยืนของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ในเดือนมิถุนายน ศกนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการเปิดตัวระบบ SHIELD ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ โดยมีประเทศภาคีเครือข่ายเข้าร่วมมากกว่า 10 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งระบบดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันไม่ให้พลเมืองไทยและพลเมืองของชาติต่างๆ ตกเป็นเหยื่อในการถูกฉ้อโกงออนไลน์ และถูกหลอกลวงไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยืนยันว่าประเทศไทยจะทำการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้านให้สิ้นซาก และจะไม่ยอมเป็นทางผ่านของขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด







Users Today : 593
Users Yesterday : 600
Total Users : 9058734
Total views : 41394908
Who's Online : 9