ตม.สนามบิน ขานรับนโยบาย ผบ.ตร. “ขุดรากถอนโคน” อาชญากรรมข้ามชาติรวบชายศรีลังกาใช้พาสปอร์ตแคนาดาปลอมจะบินไปอังกฤษ ก่อนขยายผลสกัดผู้เกี่ยวข้องได้ทันควัน

ตม.สนามบิน ขานรับนโยบาย ผบ.ตร. “ขุดรากถอนโคน” อาชญากรรมข้ามชาติรวบชายศรีลังกาใช้พาสปอร์ตแคนาดาปลอมจะบินไปอังกฤษ ก่อนขยายผลสกัดผู้เกี่ยวข้องได้ทันควัน

บก.ตม.2 เดินหน้าเข้มตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ในการเอกซเรย์พื้นที่ กวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมาย และขุดรากถอนโคนขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ภายใต้การกำกับนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และการสั่งการของ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2

ล่าสุด ตม.สนามบินสุวรรณภูมิ จับกุมชายชาวศรีลังกาใช้หนังสือเดินทางแคนาดาปลอมเตรียมเดินทางไปกรุงลอนดอน ก่อนเร่งขยายผลผ่านฐานข้อมูล และ CCTV และการประสานด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง จนพบความเชื่อมโยงกับชายต่างชาติอีกรายที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย

วันนี้ 31 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม.2/โฆษก บก.ตม.2 และผู้รับผิดชอบงานสืบสวนปราบปราม เปิดเผยว่า ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งเอกซเรย์พื้นที่ กวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมายภายใน 3 เดือน และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ขุดรากถอนโคน” อาชญากรรมข้ามชาติ มิให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่าน แหล่งพักพิง หรือฐานที่มั่นของผู้กระทำผิดกฎหมาย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับมาตรการตรวจสอบคนต่างด้าวผิดกฎหมาย การใช้เอกสารเดินทางปลอม การลักลอบเดินทางข้ามประเทศ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ โดยให้บูรณาการข้อมูล การสืบสวน และการประสานงานระหว่างด่านตรวจคนเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การปราบปรามเกิดผลเป็นรูปธรรม

พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 จึงได้สั่งการให้ทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยาน และ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบเอกสารเดินทาง บุคคลต้องสงสัย เครือข่ายนำพา และพฤติการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม

พล.ต.ต.คธาธรฯ กล่าวว่า “ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้ทุกหน่วยเร่งเอกซเรย์พื้นที่ กวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมาย และขุดรากถอนโคนอาชญากรรมข้ามชาติ บก.ตม.2 ได้ยกระดับการตรวจสอบในทุกท่าอากาศยาน โดยการจับกุมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีกับผู้ใช้หนังสือเดินทางปลอมเท่านั้น แต่ต้องขยายผลไปให้ถึงผู้จัดหาเอกสาร ผู้ประสานการเดินทาง ผู้นำพา ผู้สั่งการ และผู้สนับสนุนทั้งหมด”

“สนามบินของไทยต้องไม่ใช่ทางผ่านของอาชญากรข้ามชาติ ตม.สนามบินจะตรวจให้ลึก สืบให้ถึง ใช้ทั้งเทคโนโลยี ฐานข้อมูล และการสืบสวนเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งพักพิง ทางผ่าน หรือฐานปฏิบัติการของผู้กระทำผิดกฎหมาย และหากพบผู้ใดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ”

กรณีล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันนี้ เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้รับแจ้งจากสายการบินไทยว่า พบชายชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทางต้องสงสัย ณ Gate C5 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยหนังสือเดินทางดังกล่าวเป็นหนังสือเดินทางแคนาดา ใช้ชื่อ Mr.A มีแผนเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG916 เส้นทางกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ – ลอนดอน ฮีทโทรว์

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าชายคนดังกล่าวแท้จริงเป็นชายชาวศรีลังกา ใช้หนังสือเดินทางศรีลังกาในชื่อ Mr.K อายุประมาณ 20 ปี เป็นเอกสารที่ใช้เดินทางเข้าและออกประเทศไทย โดยขณะผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองขาออก ได้แสดงหนังสือเดินทางศรีลังกาพร้อมบัตรโดยสารของสายการบินอีกสายหนึ่ง เส้นทางกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ – มุมไบ ประเทศอินเดีย และมีบัตรโดยสารต่อไปยังกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาอีกทอดหนึ่ง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพิสูจน์หนังสือเดินทางแคนาดาที่พบในตัวชายดังกล่าว และพบว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม จึงได้จับกุม Mr.K พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดเกี่ยวกับการใช้เอกสารเดินทางปลอม และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.พงศ์ธรฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดสำคัญของคดีนี้ไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้ใช้หนังสือเดินทางปลอมรายเดียว แต่เป็นการทำงานเชิงรุกตามนโยบายของ ผบ.ตร. และข้อสั่งการของ ผบช.สตม. และ ผบก.ตม.2 ที่ให้ทุกหน่วย “จับแล้วต้องขยายผล” เพื่อสาวไปให้ถึงเครือข่าย ผู้นำพา ผู้จัดหาเอกสาร และผู้สนับสนุนการกระทำผิด

ภายหลังการจับกุม กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้ตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่า ชื่อที่ปรากฏในหนังสือเดินทางแคนาดาปลอม คือ Mr.A เคยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยและยังอยู่ในราชอาณาจักร จึงได้ลงบัญชีเฝ้าดูไว้ในระบบฐานข้อมูลของ สตม. ทันที เพื่อสกัดกั้นและติดตามบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

ต่อมาได้รับแจ้งจาก ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ว่าพบบุคคลตามบัญชีเฝ้าดูกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ โดยใช้หนังสือเดินทางแคนาดาในชื่อ Mr.A เดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน AK887 เส้นทางกรุงเทพฯ ดอนเมือง – กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

จากนั้น พ.ต.อ.พงศ์ธรฯ ในฐานะผู้รับผิดชอบงานสืบสวนปราบปรามและกำกับดูแลการสั่งการในคดีนี้ ได้สั่งการให้ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่าง Mr.A กับ Mr.K โดยผลการตรวจสอบพบว่า Mr.A ได้เดินทางมาดำเนินการเช็กอินและออกบัตรโดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจริงในวันเดียวกันนี้ เมื่อเวลาประมาณ 09.11 น. ซึ่งเป็นพฤติการณ์สำคัญที่เชื่อมโยงกับการใช้หนังสือเดินทางปลอมของ Mr.K

ขณะเดียวกัน ได้ประสานและสั่งการให้ ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ตรวจสอบและยึดโทรศัพท์มือถือของ Mr.A ไว้ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ โดยพบข้อความจากบุคคลหนึ่งมีลักษณะสั่งการหรือแนะนำถ้อยคำที่จะใช้ชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และมีความเชื่อมโยงกับชายชาวศรีลังกาที่ถูกจับกุม

จากพฤติการณ์ดังกล่าว พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ได้พิจารณายกเลิกการตรวจลงตราหรือการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ Mr.A และนำตัวเข้าสู่กระบวนการควบคุม ณ ห้องกัก รวมทั้งสั่งการให้เร่งสืบสวนขยายผล เพื่อพิจารณาดำเนินการขออนุมัติหมายจับตามพยานหลักฐานต่อไป

พ.ต.อ.พงศ์ธรฯ กล่าวว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า อาชญากรรมข้ามชาติในปัจจุบันมีลักษณะเป็นเครือข่าย มีทั้งผู้จัดหาเอกสาร ผู้ประสานการเดินทาง ผู้สั่งการ และผู้ช่วยเหลือในแต่ละขั้นตอน ตม.สนามบินจึงต้องทำงานมากกว่าการตรวจคนผ่านช่องตรวจตามปกติ แต่ต้องใช้ทั้งฐานข้อมูล ระบบเฝ้าดู การวิเคราะห์พฤติการณ์ การประสานงานระหว่างสายการบิน และสนามบิน และการสืบสวนขยายผลอย่างรวดเร็ว

“กรณีนี้เป็นตัวอย่างของการปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร. และข้อสั่งการของ ผบช.สตม. กับ ผบก.ตม.2 ที่เน้นให้ทุกคดีต้องขยายผล ไม่หยุดเพียงตัวผู้ใช้เอกสารปลอม แต่ต้องไปให้ถึงผู้ร่วมขบวนการ ผู้สนับสนุน และเครือข่ายที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการเดินทางไปประเทศที่สาม” พ.ต.อ.พงศ์ธรฯ กล่าว

บก.ตม.2 ยืนยันว่า จะเดินหน้าสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของเส้นทางการเดินทาง แหล่งที่มาของหนังสือเดินทางปลอม ผู้จัดหาบัตรโดยสาร ผู้ประสานงาน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดให้ความช่วยเหลือ เอื้อประโยชน์ หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่เลือกปฏิบัติ

ทั้งนี้ การจับกุมและขยายผลในคดีดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการกวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมาย ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งพักพิง ทางผ่าน หรือฐานปฏิบัติการของผู้กระทำผิดกฎหมาย

Related posts