ราชบุรี – สองสามีภรรยาชาวโพธารามร้องขอความเป็นธรรม หลังพบที่ดินเกือบ 2 ไร่ตามโฉนด ถูกถนนเพชรเกษมและคลองชลประทานใช้ประโยชน์มานานหลายสิบปี

ราชบุรี – สองสามีภรรยาชาวโพธารามร้องขอความเป็นธรรม หลังพบที่ดินเกือบ 2 ไร่ตามโฉนด ถูกถนนเพชรเกษมและคลองชลประทานใช้ประโยชน์มานานหลายสิบปี จนเหลือพื้นที่ใช้สอยจริงเพียงกว่า 200 ตารางวา วอนหน่วยงานรัฐเร่งชี้แจงและเยียวยา หลังยื่นเรื่องติดตามมานานกว่า 5 ปีแต่ยังไร้ข้อสรุป
วันที่ 5 มิถุนายน. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร หมู่ 4 ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี หลังได้รับแจ้งว่ามีเจ้าของที่ดินนำป้ายไวนิลขนาดใหญ่ติดตั้งหน้าที่ดินเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ
ในพื้นที่พบ นายวรพรรณ อายุ 60 ปี และนางอุไร อินทรวงศ์ อายุ 57 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของที่ดิน กำลังติดตั้งป้ายข้อความระบุว่า “ร้องไม่ไหวแล้ว” พร้อมเรียกร้องให้กรมทางหลวงและกรมชลประทานเร่งแก้ปัญหาและจ่ายค่าชดเชยที่ดินที่ถูกใช้ประโยชน์มานานหลายสิบปี
นายวรพรรณ เปิดเผยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด เนื้อที่เกือบ 2 ไร่ แต่เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ได้ว่าจ้างช่างรังวัดที่ดินใหม่เพื่อเตรียมซ่อมแซมบ้าน เนื่องจากเกรงว่าสิ่งปลูกสร้างจะล้ำเขตคลองชลประทาน กระทั่งพบว่าพื้นที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงเหลือเพียงประมาณ 200 กว่าตารางวาเท่านั้น ส่วนที่เหลือกลายเป็นแนวถนนเพชรเกษมและพื้นที่ริมคลองชลประทาน
จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวยังคงปรากฏอยู่ในโฉนดเดิมและไม่เคยถูกตัดแบ่งออก ขณะที่เจ้าหน้าที่รังวัดแนะนำให้ตรวจสอบกับกรมชลประทานว่ามีการเวนคืนหรือจ่ายค่าชดเชยไปแล้วหรือไม่ ซึ่งผลการตรวจสอบยืนยันว่า ยังไม่พบการจ่ายเงินชดเชย จึงมีการออกหนังสือรับรองให้เจ้าของที่ดินนำไปยื่นขอรับการเยียวยา
เจ้าของที่ดินระบุว่า ได้ยื่นเรื่องขอค่าชดเชยตั้งแต่ปี 2565 รวมถึงติดต่อกรมทางหลวง ศูนย์ดำรงธรรม และขอคำปรึกษาจากทนายความหลายครั้ง แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียงแจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินการและตรวจสอบข้อมูล
นายวรพรรณ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน แต่ต้องการความชัดเจนจากภาครัฐว่า หากมีการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะจริง ก็ควรมีการชดเชยตามสิทธิของเจ้าของที่ดิน แต่หากมีข้อกฎหมายหรือเหตุผลที่ไม่สามารถจ่ายได้ ก็ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา
ทั้งนี้ เจ้าของที่ดินยืนยันว่า หากไม่สามารถได้รับค่าชดเชยได้ ก็ต้องการทราบแนวทางทางกฎหมายว่ามีสิทธิขอคืนพื้นที่ตามโฉนดเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์หรือไม่ เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในเอกสารสิทธิ์ยังคงเป็นของตนเอง
สองสามีภรรยายังฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งตรวจสอบและหาทางออกอย่างเป็นธรรม พร้อมเชื่อว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่อาจประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน แต่ขาดความรู้และช่องทางในการเรียกร้องสิทธิ จึงหวังให้สื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียง เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไป

Related posts