นครพนม-โมเดล พลิกเมืองชายแดน สู่ประตูเศรษฐกิจแห่งอนาคต

นครพนม-โมเดล พลิกเมืองชายแดน สู่ประตูเศรษฐกิจแห่งอนาคต

การลงพื้นที่ศึกษาดูงานของคณะผู้บริหารระดับสูง หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนามหานคร (มหานคร รุ่นที่ 14) ระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2569 ไม่ใช่เพียงการเยือนจังหวัดชายแดนริมฝั่งโขง แต่เป็นการถอดบทเรียน “นครพนมโมเดล” ต้นแบบการพัฒนาเมืองที่กำลังได้รับความสนใจในฐานะพิมพ์เขียวแห่งอนาคตของประเทศไทย

ภายใต้การนำของ ว่าที่พันตรี ดร.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และนางอุไรรัตน์ น้อยสุวรรณ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม ซึ่งให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานที่นำโดย รศ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สะท้อนภาพการพัฒนาเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการรักษารากเหง้าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างสมดุล

นครพนมพิสูจน์ให้เห็นว่า “เมืองน่าอยู่” ไม่ได้วัดจากจำนวนตึกสูงหรือความเจริญทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเศรษฐกิจที่เติบโต และยังคงรักษาเสน่ห์ของชุมชนเอาไว้ได้อย่างเข้มแข็ง

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการใช้ศักยภาพทางภูมิศาสตร์พลิกบทบาทจาก “เมืองผ่าน” สู่ “ศูนย์กลางการเชื่อมต่อเศรษฐกิจ” ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งท่าอากาศยานนครพนม โครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าชายแดน

ตัวเลขมูลค่าการค้าชายแดนกว่า 124,223 ล้านบาท ในปี 2567 สะท้อนศักยภาพของนครพนมที่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประตูเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ และเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการขนส่งสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะเดียวกัน นครพนมยังใช้ “ทุนทางวัฒนธรรม” เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างชาญฉลาด ผ่านแนวคิด “เมืองแห่ง 3 ที่สุด” ที่ผสานพลังศรัทธาของพระธาตุพนม วิถีชีวิต 9 ชาติพันธุ์ และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ให้กลายเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวคุณภาพสูง สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจฐานราก

การพัฒนาไม่ได้หยุดอยู่เพียงการท่องเที่ยว แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่การส่งเสริมเกษตรอัจฉริยะ เศรษฐกิจ BCG และการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อให้รายได้กระจายสู่ประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

เบื้องหลังความสำเร็จของนครพนม คือกลไกการบริหารที่เรียกว่า “3 ป. สร้างเมือง” ประกอบด้วย “ป.เปิดเผย” เน้นความโปร่งใสตรวจสอบได้ “ป.ประชาชนมีส่วนร่วม” เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนา และ “ป.ประเมินผลต่อเนื่อง” เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบและตรงจุด

โมเดลดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการเห็นการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

วันนี้ นครพนมจึงไม่ได้เป็นเพียงจังหวัดชายแดนริมแม่น้ำโขงอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็น “ประตูเศรษฐกิจแห่งอนาคต” ของประเทศไทย เมืองที่ใช้วิสัยทัศน์นำการพัฒนา ใช้วัฒนธรรมสร้างมูลค่า และใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นพลังขับเคลื่อน

หากทุกภาคส่วนยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ นครพนมจะไม่เพียงเป็นหนึ่งในเมืองน่าอยู่ที่สุดของประเทศ แต่จะกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองชายแดนที่สามารถยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลกได้อย่างสง่างาม
//

Related posts