ชุมพร – รมช.มหาดไทยลุยชุมพร! สั่งเร่งแก้น้ำท่วม-ตลิ่งพัง จัดสรรที่ดิน 8,000 ไร่คืนคนจน ชี้ชะตาพื้นที่อยู่ที่ประชาชนร่วมกำหนด

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชุมพรอย่างเข้มข้น เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เดินหน้าติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแบบถึงพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัด ย้ำชัดรัฐบาลพร้อมรับฟังทุกปัญหาและผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
การประชุมจัดขึ้น ณ โรงแรมมรกตทวิน อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยมี ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร พร้อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร นายวิชัย สุดสวาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร เขต 1, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร เขต 2, นายสุพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร เขต 3 หัวหน้าส่วนราชการ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้กล่าวต้อนรับพร้อมรายงานข้อมูลสำคัญของจังหวัด โดยระบุว่าชุมพรมีประชากรกว่า 508,100 คน ครอบคลุม 8 อำเภอ และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม 79 แห่ง ซึ่งเป็นกลไกหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและขับเคลื่อนการพัฒนาทุกมิติ

หลังเสร็จสิ้นการประชุม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร เพื่อตรวจสอบปัญหาท่อระบายน้ำและพื้นที่ลุ่มน้ำขังที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมาเป็นเวลานาน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวางแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังอย่างถาวร หลังชาวบ้านร้องเรียนว่าพื้นที่ได้รับผลกระทบจากระบบระบายน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ

จากนั้นได้ลงพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลหาดพันไกร สำรวจปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งคลองที่ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนพังทลายไปแล้วถึง 3 หลัง พร้อมสั่งประสานกรมเจ้าท่าและโยธาธิการและผังเมือง เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่ง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเร่งด่วน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจจากประชาชน คือการประชุมหารือ ที่ศาลาร่วมแรงร่วมใจ เอนกประสงค์ หมู่ที่ 10 บ้านสันตินิมิต(กลุ่มสันเจริญ) ต.รับร่อ อ. ท่าแซะ จ.ชุมพร ชายแดน 491โดนหารือ พื้นที่สวนปาล์มกว่า 20,000 ไร่ ที่รัฐได้รับคืนจากเอกชนสัมปทานเดิม โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่

โดยเบื้องต้นได้มีการขอใช้พื้นที่ประมาณ 8,000 ไร่ เพื่อดำเนินโครงการสาธารณประโยชน์ แบ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง กว่า 1,000 ไร่ และพื้นที่ส่วนที่เหลือจะนำไปพิจารณาจัดสรรให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้และผู้ขาดแคลนที่ดินทำกินตามหลักเกณฑ์ของภาครัฐ
ด้านสำนักงานชลประทานเขต 14 ชี้แจงว่า อ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง จะสามารถเก็บกักน้ำได้รวมกว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและสนับสนุนภาคการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การจัดสรรที่ดินให้ประชาชนจะต้องเกิดจากความเห็นร่วมกันของคนในพื้นที่ โดยขอให้ประชาชนร่วมกันกำหนดกติกาและแนวทางที่เหมาะสม ก่อนเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรพิจารณาดำเนินการต่อไป ยิ่งหาข้อยุติร่วมกันได้เร็ว การจัดสรรก็จะเกิดขึ้นได้รวดเร็วมากขึ้น
พร้อมกันนี้ยังเปิดเผยถึงแนวทางแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าของประชาชนที่ใช้ไฟผ่านมิเตอร์เกษตรและมีภาระค่าใช้จ่ายสูง โดยกระทรวงมหาดไทยกำลังผลักดันแนวทางปรับระบบให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิการใช้ไฟฟ้าในอัตราเดียวกับมิเตอร์บ้านพักอาศัย เพื่อลดภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งด้านน้ำท่วม น้ำกัดเซาะ ที่ดินทำกิน และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่ประชาชนชาวชุมพรรอคอยการแก้ไขมาอย่างยาวนาน
ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514




Users Today : 25
Users Yesterday : 1940
Total Users : 9099593
Total views : 41502943
Who's Online : 13