กาฬสินธุ์ ภัยเงียบประชิดบ้านทับปลา! แม่ค้าผวา เจอ “ปลาหมอคางดำ” ปะปนในปลาแดดเดียว วอนรัฐจัดการเด็ดขาด หลังยอดจับสะสมพุ่ง 350 ตัว

ระทึกกลางเขื่อนลำปาว! แม่ค้าปลาวัย 55 ปี สังเกตพบปลาหมอคางดำ 2 ตัว ปะปนในปลาแปรรูป ทั้งที่ชาวบ้านต่างคิดว่าเป็นปลานิล ชี้ลักษณะ “เหมือนปลานิลเข้าไปทุกที” ขณะที่ยอดจับสะสมกว่า 350 ตัวใน 5 สัปดาห์ เสียงสะท้อน “เจอ แจ้ง จับ จบ” ยังไม่ใช่ไม้เด็ด

 

 
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ “เอเลียนสปีชีส์” ในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เริ่มสร้างความกังวลให้ชุมชนริมเขื่อนอย่างหนัก โดยเฉพาะที่บ้านทับปลา หมู่ 7 ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จุดที่จับปลาหมอคางดำได้มากที่สุด
ปัจจุบันชาวบ้าน ชาวประมง ผู้ประกอบการแปรรูป และพ่อค้าแม่ค้าปลาน้ำจืด ต่างตื่นตัวเป็น “หูเป็นตา” ให้สำนักงานประมงจังหวัด ตามมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ” ของกรมประมง โดยมีรายงานเข้ามาทางกลุ่มไลน์ประมงอาสาอย่างต่อเนื่อง ยอดสะสมพุ่งกว่า 350 ตัว

 
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. จนถึงวันนี้ จับปลาหมอคางดำได้สะสมกว่า 350 ตัว แยกเป็น อ.สามชัย 287 ตัว ,อ.หนองกุงศรี 61 ตัว,อ.สหัสขันธ์ 2 ตัว
นางศศิลัดดา ภูแสนศรี อายุ 55 ปี แม่ค้าคนกลางบ้านทับปลา เล่าว่า ครอบครัวประกอบอาชีพรับซื้อ แปรรูป และจำหน่ายปลามานานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมาปลาในเขื่อนลำปาวยังอุดมสมบูรณ์ ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีปลาต่างถิ่นเข้ามาแพร่พันธุ์ โดยเฉพาะปลาที่ปรับตัวในน้ำจืดได้ดี จนนับวันยิ่งคล้ายปลานิลเข้าไปทุกที คางไม่ดำ เกล็ดเริ่มนิ่ม จุดสังเกตที่ต่างจากปลานิลคือ หางไม่มีแถบตัดและ
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ตนเข้าร่วมกิจกรรมเฝ้าระวังปลาหมอคางดำระบาดเขื่อนลำปาว ที่สำนักงานประมง จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ จึงนำความรู้ที่ได้มาสังเกตปลาทุกตัวที่รับซื้อ จนพบปลาหมอคางดำ 2 ตัว ปะปนอยู่ในปลาที่แปรรูปเป็นปลาแดดเดียว

 

“ตนรู้สึกตกใจและกลัวมากกว่าเดิม เหมือนเป็นภัยเงียบที่แอบมาประชิดตัวโดยเราไม่รู้ตัวและ
ตนคาดว่าปลาทั้งสองตัวซื้อมาจากชาวประมงพื้นบ้านเมื่อ 2 วันก่อน น่าจะจับได้จากพื้นที่อื่น หรือบริเวณบ้านคำเขื่อนแก้วฝั่งตรงข้าม ส่วนคนงานที่ชำแหละปลาไม่ทันสังเกต เพราะเข้าใจว่าเป็นปลานิล ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าชาวประมงในบริเวณบ้านทับปลาจับปลาหมอคางดำได้โดยตรง
นางศศิลัดดาเผยว่า รู้สึกกังวลมากตั้งแต่มีข่าวพบปลาชนิดนี้ที่บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี บ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ และบ้านคำเขื่อนแก้ว เพราะปลาหมอคางดำขยายพันธุ์เร็วและเป็นปลานักล่า อาจกินลูกปลาและปลาเล็กในธรรมชาติจนหมด แม้จะไม่มีพิษและบริโภคได้เหมือนปลาทั่วไป แต่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำอย่างยิ่งวอนรัฐเร่งมือ “ขั้นเด็ดขาด”

   
ทั้งนี้เห็นด้วยกับการกำจัดปลาหมอคางดำ แต่เชื่อว่าเป็นไปได้ยาก เพราะเขื่อนลำปาวกว้างใหญ่ไพศาล หากไม่เร่งดำเนินการเด็ดขาดโดยเร็ว ปัญหาอาจบานปลาย เนื่องจากทุกวันนี้ยังมีชาวประมงจับได้ทุกวัน และเท่าที่เข้าใจมีชาวประมงบางส่วนที่ไม่รายงาน
“ตอนนี้ยังไม่เห็นสั่งการอะไรเพิ่มเติมนอกจาก เจอ แจ้ง จับ จบ ซึ่งเหมือนไปเรื่อยๆ คงไม่จบง่ายๆ ยังไม่ใช่ไม้เด็ดที่จะทำได้เด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ ในการเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังปลาหมอคางดำ“นางศศิลัดดา กล่าวในที่สุด

Related posts