“อาจารย์นพศิลป์” ร่ายคาถา สยบหัวหน้าแก๊งจีน “อาเฉียง ซิง ซือ” ผู้ต้องหาฉ้อโกงกว่า 8,300 ล้านบาท เหยื่อกว่า 3,100 ราย

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว พ.ต.ท.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.นพรัตน์ จงเชิดตระกูล ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.สิปปนนท์ พ่วงขวัญ รอง ผกก.4 บก.สส.สตม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.สตม. โดยมี ว่าที่ พ.ต.ต.พัสกร กลัดงิ้ว สว.กก.4 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญตามการประสานงานจากทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน

สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยได้ประสานข้อมูลมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรณี MR. QIANG SIN SUE (เฉียง ซือ ซือ) อายุ 51 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับของทางการจีน ในคดี ฉ้อโกงโดยการระดมเงินทุนอันผิดกฎหมายและฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเชื่อว่าหลบหนีเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย
จากการสืบสวนพบว่า ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ถึงเดือนมิถุนายน 2567 นางเฉิน หง (Chen Hong) และ นายเฉียง ซือ ซือ (Qiang Sin Sue) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ร่วมกันบริหารและควบคุมกิจการของ บริษัท ไห่หนาน อินดัสเทรียล กรุ๊ป จำกัด (Hainan Industrial Group Co., Ltd.) รวมถึงกลุ่มบริษัทในเครือ โดยจัดตั้งสำนักงานสาขาและจุดประชาสัมพันธ์ในหลายมณฑลของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ หูหนาน ซานตง หูเป่ย์ เจียงซู เหลียวหนิง และเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

กลุ่มผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างต่อประชาชนว่าได้ร่วมมือกับ บริษัท ไชน่า เกรท แอสเซท แมเนจเมนท์ จำกัด (China Great Asset Management Co., Ltd.) เพื่อบริหารจัดการและจำหน่ายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ก่อนชักชวนประชาชนให้เข้าทำสัญญาจองซื้อโครงการโอนสิทธิเรียกร้องและสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน รวมถึงสัญญาเข้าร่วมลงทุน โดยเสนอผลตอบแทนในอัตราดอกเบี้ยสูงประมาณ ร้อยละ 6.8–11.4 ต่อปี เพื่อจูงใจให้ประชาชนนำเงินมาร่วมลงทุน

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2567 แม้บริษัท ไห่หนาน อินดัสเทรียล กรุ๊ป จำกัด จะเลิกกิจการแล้ว แต่กลุ่มผู้ต้องหายังคงดำเนินพฤติการณ์ระดมทุนต่อ โดยเปลี่ยนไปใช้ชื่อ บริษัท ไห่หนาน อินเวสท์เมนท์ กรุ๊ป จำกัด (Hainan Investment Group Co., Ltd.)
ผลการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานของทางการจีนพบว่า กลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องได้ใช้บัญชีธนาคารของนิติบุคคลอื่นหลายแห่งในการรับโอนเงินและระดมทุนจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,662 ล้านหยวน หรือกว่า 8,300 ล้านบาท มีประชาชนทั่วประเทศจีนได้รับความเสียหายกว่า 3,100 ราย และยังมีความเสียหายที่ไม่ได้รับการชดใช้เป็นจำนวนมาก

เปิดปฏิบัติการสกัดผู้ต้องหา ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการประสานจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า มีบุคคลต่างด้าวต้องสงสัยซึ่งเป็นบุคคลต้องห้าม เตรียมเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จึงได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบและสกัดกั้นบุคคลดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบว่าเป็น MR. QIANG SIN SUE อายุ 51 ปี สัญชาติจีน ซึ่งต่อมาตรวจสอบยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสถานะการอยู่ในราชอาณาจักร พบว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร แล้ว เนื่องจากเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตาม มาตรา 12(7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว MR. QIANG SIN SUE และนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการด้านการสืบสวนและตรวจสอบบุคคลต่างด้าวระหว่างหน่วยงานไทยกับทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้ต้องหารายสำคัญ และเป็นการยกระดับมาตรการสกัดกั้นอาชญากรข้ามชาติที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานพักพิงหรือหลบหนีการดำเนินคดี





Users Today : 2614
Users Yesterday : 1775
Total Users : 9266218
Total views : 41813010
Who's Online : 23