“กลับไทยไม่รอด! พล.ต.ท.นพศิลป์ สั่ง ตม.สงขลา ผนึกกำลัง ตำรวจสอบสวนกลาง รวบหนุ่มวัย 35 คาด่านสะเดา ตามหมายจับฉ้อโกงประชาชน–ฟอกเงิน”
ตามนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. ร่วมดำเนินการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์
พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 11.45 น. ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6 และ พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา สั่งการเจ้าหน้าที่ ตม.สงขลา บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุมนาย เจซี (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และข้อหาเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5896/2569 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ขณะเดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย และเตรียมกลับภูมิลำเนาจังหวัดนครนายก
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับกำลังจะเดินทางกลับภูมิลำเนา จึงประสานกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา กระทั่งพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ก่อนยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน
เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งครอบคลุมการร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน เป็นอั้งยี่ ซ่องโจร นำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเพื่อกระทำความผิด รวมถึงข้อหาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายและควบคุมตัวมาจัดทำบันทึกจับกุม ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โฆษก บก.ตม.6 กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการนำเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาใช้สนับสนุนการสืบสวน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลและติดตามบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากประชาชนพบเบาะแสหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่อาจกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ที่สายด่วน 1178





Users Today : 14274
Users Yesterday : 9635
Total Users : 9373496
Total views : 41955817
Who's Online : 67