อุดรธานี-อนุทินสรุปผลประชุม ครม.สัญจรอุดรธานี เผย ครม.เอาใจคนอีสานตอนบนเดินหน้า 4 มิติ มุ่งยกระดับเศรษฐกิจ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เชื่อมโยงการค้า สร้างรายได้สู่ชุมชน
ต่อยอด“อุดรโมเดลพลัส” ยืดอายุประกันสังคมถึง 65 ปี ทดแทนทุพพลภาพเป็นไม่เกิน 70 % ของค่าจ้าง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมค.ร.ม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ อุดรธานี โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.อุดรธานี นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน,นายพิสิษฐ์ชัย อภัยปิยกุล, นายณฐพล วิถี, นายจักรพันธ์ จันทรภูมิ รอง ผวจ.อุดรธานี .นายศราวุธ เพชรพนมพร นายก อบจ.อุดรธานี นายกิตติกร ทีฆธนานนท์ นายก ทน.อุดรธานี นางรวงทอง พลธิราช วัฒนธรรม จ.อุดรธานี นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ปธ.หอการค้า จ.อุดรธานี นายอนุพงค์ มกรานุรักษ์ ปธ.สภาอุตสาหกรรม จ.อุดรธานี พร้อมหัวหน้าหน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน รอรับจำนวนมาก
เมื่อนายกรัฐมนตรี มาถึงที่ชั้น 1 ของหอประชุมฯ ได้เข้าเยี่ยมชมบูธ จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า CPOT /OTOP จำนวน 15 บูธ รวมทั้งบูธของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บูธของความมั่นคง การปราบปรามยาเสพติด จากนั้น นายกรัฐมนตรีจึงเข้าไปเป็นประธานในการประชุม ค.ร.ม.สัญจร ที่อุดรธานี
หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม นายอนุทิน ได้แถลงผลการสรุปผลการประชุม ต่อสื่อมวลชน
สำหรับข้อสรุปแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นั้นจะครอบคลุม 4 มิติสำคัญ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสร้างโอกาสในการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม คือ มิติแรก ยกระดับเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มุ่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว ยางพารา และพืชพลังงาน พร้อมศึกษาแนวทางจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหารและห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานอาหาร เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในตลาดโลก 
มิติที่ 2. พัฒนาการค้าชายแดน เชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค ผลักดันการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเพิ่มเติม พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ และมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
มิติที่ 3. ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยนำอัตลักษณ์
และจุดเด่นของแต่ละจังหวัดมาต่อยอด เชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ และ
มิติที่ 4. แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร พัฒนาระบบฐานข้อมูลและนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมต่อยอดแนวทาง “อุดรโมเดลพลัส” โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งด้านการป้องกัน การบำบัดรักษา และการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
หลังจากนั้น นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมรองโฆษก ออกมาแถลงสรุปผลการประชุม ค.ร.ม.ว่า มติแรกให้มีการเสนอให้ยกเลิกกฎหมายที่ควรยกเลิกทั้งสิ้น 13 ฉบับ เมื่อขอข้อมูลจากกระทรวงต่าง ๆ แล้วว่าควรยกเลิกเพียง 9 ฉบับ ให้มีการแก้ไข 3 ฉบับ ให้ทันสมัยขึ้น ในเรื่องภาษีของกรมสรรพสามิต พวกรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์รถยนต์ไฟฟ้า ที่นำเข้ามา จะเพิ่มขึ้นไปเป็น 35 % ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.70 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีการลงทุนและการผลิตในประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้ ก็ได้มอบหมายให้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตรวจสอบมูลนิธิ ให้ดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เรื่องต่อมาการยกระดับของการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งการเงินของพวกค้า เรื่องต่อมาเรื่องที่มติ ค.ร.ม.อนุมัติลดค่าครองชีพประชาชน โดยการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายใน กทม.และปริมณฑล ค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และตลอดสายไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน เริ่ม 1 ม.ค. – 31 ธ.ค.2570 ใช้เงิน 5,807 ล้านบาท 
เรื่องต่อมา ค.ร.ม.มีมติเห็นชอบให้ รฟท.กู้เงิน 18,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2570 โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเพื่อใช้เป็นทุนประกันในกรณีรายได้ไม่เพียงพอ เนื่องจาก รฟท.มีการดำเนินงาน ทั้งซ่อมบำรุงราง และขบวนรถ รวมทั้งดอกเบี้ยและบำเหน็จบำนาญ โดย รฟท.จะเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งหมด และนอกจากนี้ ค.ร.ม.มีมติเห็นชอบร่างประกันสังคมฉบับใหม่ ตาม ก.แรงงานเสนอคือ
1 ขยายอายุผู้ประกันสังคม จาก 60 เป็นไม่เกิน 65 ปี 2.เพิ่มสิทธิสงเคราะห์บุตรต่ออีก 6 เดือน หลังออกจากงานกับเงินสงเคราะห์จากการหยุดงานเพื่อคลอดบุตร และเพิ่มการทดแทนการทุพพลภาพ จากร้อยละ 50 เป็นไม่เกินร้อยละ 70 ของค่าจ้าง 3.เพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน สามารถเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพตามเงื่อนไขได้ และเปิดโอกาสให้นำเงินชราภาพบางส่วนมาใช้ก่อนกำหนดได้ในกรณีภัยพิบัติ หรือเป็นหลักเงินกู้ได้ 4.เปิดโอกาสให้ผู้รับบำนาญชราภาพได้รับการประกันตนเพื่อรับความคุ้มครองด้านเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ 5.ปรับโทษในบางกรณีจากอาญาเป็นโทษวินัยเพื่อความเหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวก็จะเข้าสู่ขบวนการต่อไปของรัฐสภา





Users Today : 4018
Users Yesterday : 11247
Total Users : 9389529
Total views : 41979373
Who's Online : 18