22/02/2024

“ไชยา” ล่องใต้เยี่ยม โรงงานโคฮาลาล-ท่าเรือประจวบ ขานรับส่งออกเนื้อ-โคมีชีวิต ในอนาคตด้วยคุณภาพ

“ไชยา” ล่องใต้เยี่ยม โรงงานโคฮาลาล-ท่าเรือประจวบ ขานรับส่งออกเนื้อ-โคมีชีวิต ในอนาคตด้วยคุณภาพ

 

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2567 ที่โรงงานแปรรูปโคฮาลาล ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ผู้ช่วยเลขานุการ(รมว.เกษตรฯ) น.ส.อัยรินทร์ พันธ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตร พร้อมคณะที่ปรึกษา คณะทำงาน รมช.ไชยา ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยมี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตร พร้อมด้วย นายวรัตม์ มาประณีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อรับฟังปัญหาและหารือแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานของโรงงานแปรรูปโคฮาลาลที่ได้รับมาตรฐานสากล และมีศักยภาพในการส่งออก ให้สามารถรับซื้อโคเนื้อของเกษตรกรส่งจำหน่ายตลาดสู่ต่างประเทศได้

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพ โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งการที่มีเอกชนมาสัมปทานดำเนินการโรงงานแปรรูปโคฮาลาลบนพื้นที่ของกระทรวงเกษตรฯ และปรับปรุงโรงงานให้มีมาตรฐานสากล มีศักยภาพการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปต่างประเทศ จนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย เป็นการจุดประกายให้นักธุรกิจรายอื่น สนใจทำการตลาดสินค้าฮาลาลส่งออก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ประเทศซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของโรงงานฯ ให้สามารถรับซื้อสินค้าของเกษตรกรไปแปรรูปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า และต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรสามารถมีรายได้อย่างยั่งยืน

หลังจากนั้น เวลา 15.00 น. รมช.ไชยา ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจการของท่าเรือในการเตรียมความพร้อมส่งออกโคมีชีวิต จำนวน 2,000 ตัว ไปยังประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทฯ ได้รับมาตรฐานสากล มีความพร้อมรองรับจำนวนโคมีชีวิตด้วยพื้นที่กว้างขนาด 670 ไร่ รวมถึงมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าเกษตรทางเรือไปประเทศคู่ค้า สามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมในท้องถิ่น และจังหวัดใกล้เคียงได้จากการเชื่อมระบบขนส่งต่อเนื่องสู่ชายฝั่งทะเลอันดามัน เข้าสู่ประเทศพม่าและกลุ่มประเทศเอเซียใต้ (BIMSTEC) รวมถึงลงไปยังประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยไปต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีกำไรจากการจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ส่งออก และกลไกตลาดกลับสู่วงจรปกติ อีกทั้งช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตยิ่งขึ้นต่อไป

 

 

เรื่องราวที่คุณอาจพลาดไป