24/06/2024

กาฬสินธุ์-กรมโยธาฯเล็งริบเงินประกันสัญญา-เรียกเงินแอดวานซ์ 15%

“2 หจก.รับเหมาขาใหญ่อ่วม” พร้อมพิจารณาดำเนินคดี ด้านผู้ตรวจนายกฯช็อกเห็น 7 ชั่วโคตรถึงอุทานทำไมทำกับคนกาฬสินธุ์ได้ขนาดนี้ ลั่นส่งรายงาน ป.ป.ท.-ป.ป.ช.-สตง.และดีเอสไอ ปราบทุจริต

 

 

ตัวแทนโยธาธิการและผังเมืองกาฬสินธุ์ เผย กรมโยธาฯตั้งทีมสอบทุจริต 2 หจก.ขาใหญ่ เดินหน้า ริบเงินประกันสัญญา ยึดอุปกรณ์ก่อสร้าง เรียกเงินแอดวานซ์ 15% คืนแผ่นดิน ด้านผู้ตรวจฯเห็นปัญหา 7 ชั่วโคตรถึงกับอุทานว่า ทำไมทำกับคนกาฬสินธุ์ได้ขนาดนี้ พร้อมส่งรายงานตรง ป.ป.ท.- ป.ป.ช.- สตง. และดีเอสไอลลุยปราบทุจริตคืนความชอบธรรมให้ประชาชน

กรณีปัญหาฉาวโฉ่ 8 โปรเจกต์ยักษ์ 545 ล้านบาท งบประมาณกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย จัดสรรเพื่อไปพัฒนาเมืองกาฬสินธุ์ ป้องกันน้ำท่วม ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน 2 หจก.ขาใหญ่ ตกเป็นผู้รับเหมาทิ้งงานถูกกรมโยธาฯขึ้นแบล็กลิสต์ แต่จะด้วยเส้นสายวงในที่มากด้วยบารมี กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง “ปลัดกระทรวงการคลัง” ยังคงไม่เซ็นต์เป็นผู้ทิ้งงานที่จะมีผลผูกพันไปทุกหน่วยงานทางราชการ ทำให้เครือข่ายภาคประชาสังคม ป.ป.ท.เขต 4 ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมเข้ารับงานถนนสองสายของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม งบประมาณกว่า 34 ล้านบาท ทำให้ชาวบ้านผวาว่าจะเป็นการเติมทุกข์ซ้ำรอยเป็นโครงการ 7 ชั่วโคตรภาคสอง ที่สร้างความเจ็บช้ำกระทบต่อความเป็นอยู่สวัสดิภาพความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะชาวบ้านอาศัยบริเวณตลิ่งลำน้ำชี 3 อำเภอ ทั้ง อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ฆ้องชัย และ อ.กมลาไสย รวมไปถึงอดีตประธานหอการค้าเคยออกมาระบุว่า 7 ชั่วโคตรได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในจังหวัดกว่า 750 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้า ได้ร่วมติดตามลงพื้นที่กับ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล ประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อม คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่สอดส่อง โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ หรือ โครงการ 7 ชั่วโคตร อีกครั้ง หลังจากที่ช่วงเดือนมีนาคม 2567 คณะกรรมาการธรรมาภิบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ป.ป.ท.เขต 4 จังหวัดขอนแก่นและ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าสอดส่องปัญหานี้ โดยได้ไปที่บริเวณถนนพร้อมพรรณ ต่อด้วย ถนนผังเมืองสอง หนองเรือ-หัวคู ห่างจากศูนย์ราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 200 เมตร คณะผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงกับอุทานออกมาว่า ทำไมทำกับคนกาฬสินธุ์ ได้ขนาดนี้ เนื่องจากสภาพไม่ต่างจากการสอดส่องในช่วงที่ผ่านมา ผู้รับจ้างทิ้งก้อนหิน ก้อนดิน บล็อก เหล็ก ที่เป็นอันตรายต่อคนในชุมชน จึงได้เรียกประชุมโดยได้เชิญ หัวหน้าสำนักงานโยธาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าของโครงการ ที่เป็นผู้ว่าจ้างกับ หจก.ประชาพัฒน์และ หจก.เฮงนำกิจ

ที่ประชุมอยู่ห้องฟ้าแดดสงยาง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โยธาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ส่ง ตัวแทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าร่วมประชุม แจ้งว่า นายวิจิตร งามชื่น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ติดอบรมที่ กทม. ที่ประชุมมี น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธาน และมี นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล รอง ประธานกรรมการธรรมาภิบาล ,พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายฯ นายชาญยุทธ โคตะนนท์ ประธานคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคม ในการต่อต้านการทุจริต ปปท.เขต 4 ประจำ จ.กาฬสินธุ์ และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ คณะ กธจ.กาฬสินธุ์ และ คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งคณะ ได้ร่วมกันซักถามแลกเปลี่ยนปัญหา กับตัวแทนโยธาธิการและผังเมืองกาฬสินธุ์ ที่ได้รายงานในที่ประชุมว่า การยกเลิกโครงการ 8 โปรเจกต์กับ หจก.ประชาพัฒน์และหจก.เฮงนำกิจ ขณะนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง โดยอธิบดีกรมโยธาฯ ได้ทำการยกเลิกไปแล้ว 6 โครงการ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยังคงเหลือ 2 โครงการที่อยู่ในการพิจารณายกเลิกโครงการต่อไป

ผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในส่วนการเอาผิดกับ 2 หจก.ขาใหญ่ ขณะนี้ กรมโยธาฯ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการทิ้งงานใน 3 ประเด็น ที่จะดำเนินการทันที คือ 1.จะทำการเรียกคืนเงิน 15% และริบเงินประกันสัญญาทั้งหมดที่เป็นเงินในสัญญาทางปกครองกับ กรมโยธาฯ ได้จ่ายไปภายหลังลงนามในสัญญาที่จะทำงาน 2.ยึดคืนวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างที่มีอยู่ทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดิน 3.จะให้คณะกรรมการจากกรมโยธาฯเข้ามาตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมกับเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบรวมไปถึงการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับจ้างขาใหญ่ทั้งสองราย ที่คาดว่าจะมีคณะกรรมการจากกรมโยธาฯ เข้ามาตรวจสอบภายในต้นเดือนนี้

นางรื่นวดี สุวรรณมงคล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามปัญหา 7 ชั่วโคตร ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ยอมรับว่าตกใจเกินความคาดหมายว่าทำไมถึงปล่อยให้เกิดขึ้นกับคนกาฬสินธุ์ได้ขนาดนี้ โครงการนี้จริงๆแล้วเป็นโครงการที่ดีเพื่อพัฒนาเมืองและป้องกันปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ แต่เมื่อผู้รับเหมาทิ้งงาน ในความรับผิดชอบก็คือการรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะต้นสังกัดคือสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อจะได้ทำรายงานแจ้งต่อไปยัง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ที่จะเป็นหนทางในการเร่งรัดให้ดำเนินการกับผู้รับเหมาทิ้งงานทั้งสอง หจก.

“ตนจะดำเนินการทำรายงานสรุปปัญหาที่พบและเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ ธรรมาภิบาล ที่ประกอบด้วย ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-สตง.รวมถึง ดีเอสไอ ที่เป็นกลุ่มจะมีหน้าที่ติดตามปัญหาในแต่ละด้านเพื่อป้องกันการทุจริตเงินภาษีแผ่นดิน ที่ยืนยันว่าการมาสอดส่องไม่ได้มาทำเล่นๆ หรือสร้างภาพ แต่มาเพื่อนำเอาปัญหาที่ทุกข์ใจของพี่น้องประชาชนคนกาฬสินธุ์ไปเพื่อรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรีและ เพื่อการแก้ปัญหาให้รวดเร็วที่สุด”

เรื่องราวที่คุณอาจพลาดไป