นครพนม -แก๊งยานรกชาวลาวสิ้นลาย! ทหารพรานซุ่มรวบคาริมโขงได้ 1 คน ยึดยาบ้า 5.68 แสนเม็ด ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน หลบหนีไปได้

นครพนม -แก๊งยานรกชาวลาวสิ้นลาย! ทหารพรานซุ่มรวบคาริมโขงได้ 1 คน ยึดยาบ้า 5.68 แสนเม็ด ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน หลบหนีไปได้

 

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) อำนวยการให้กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยส่วนสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตอนบน กองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3) เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนจังหวัดนครพนม

 

ภายหลัง พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาส่งให้เครือข่ายในประเทศไทย ผ่านพื้นที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม จึงสั่งการให้ ร.อ.วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 นำกำลังชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วออกลาดตระเวนและซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณบ้านนาเขท่า หมู่ 3 ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง

กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เมื่อถึงกลางแม่น้ำโขงได้ดับเครื่องยนต์ ก่อนใช้ไม้พายพายเรือเข้าหาฝั่งไทย โดยเจ้าหน้าที่ใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืน (Night Vision) เฝ้าสังเกตการณ์ พบชายต้องสงสัย 3 คนอยู่ภายในเรือ

เมื่อเรือเทียบท่าบันไดริมฝั่งไทย ชายทั้งสามได้ช่วยกันลำเลียงกระสอบขึ้นจากเรือ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่ทั้งหมดได้ทิ้งของกลางแล้ววิ่งหลบหนีอาศัยความมืด เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามและสามารถจับกุมได้ 1 ราย คือ ท้าวไพวัน อายุ 23 ปี ชาวบ้านแมง เมืองหินบูน แขวงคำม่วน สปป.ลาว ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คนหลบหนีไปได้

 

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงยาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว มาส่งให้เครือข่ายในประเทศไทย โดยได้รับค่าจ้างคนละ 10,000 บาท และมีผู้ร่วมขนทั้งหมด 3 คน

จากการตรวจสอบของกลาง เจ้าหน้าที่พบ ยาบ้า 2 กระสอบ รวม 284 มัด คิดเป็นประมาณ 568,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดเรือกีบติดเครื่องยนต์จำนวน 1 ลำ ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปยังฐานปฏิบัติการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 เพื่อทำการตรวจนับและตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง จังหวัดนครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี และเครือข่ายผู้สั่งการทั้งในและนอกประเทศมาดำเนินคดีต่อไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

Related posts