ล่า 9 วัน ปิดเกมพัสดุนรก รวบคนแพ็กเฮโรอีนส่งออสซี สารภาพรับจ้าง 6 หมื่น
ตำรวจแกะรอยจากแอร์สาวถูกจับที่ออสเตรเลีย บช.น.-บช.ปส.ปิดล้อมรวบผู้ต้องหา พบคราบเฮโรอีนในห้องพัก เดินหน้าล่าผู้บงการเครือข่ายข้ามชาติ
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ศุลกากรและตำรวจออสเตรเลียตรวจพบยาเสพติดประเภทเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าผ้าหลายใบ ซึ่งบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทางของหญิงไทยรายหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ก่อนจับกุมตัวไว้และประสานข้อมูลมายังประเทศไทย เพื่อเร่งขยายผลถึงต้นตอของขบวนการ
ภายหลังได้รับรายงาน นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระดมชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติดระดับแนวหน้าทันที โดยมอบหมาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) เป็นผู้บัญชาการปฏิบัติการ ไล่ล่าเครือข่ายที่ใช้พัสดุเป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติดออกนอกประเทศ
ตำรวจนครบาลและตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อม พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ และ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ระดมชุดสืบสวน ศอ.ปส.บช.น. และ บช.ปส. เปิดปฏิบัติการแกะรอยเครือข่ายอย่างเต็มกำลัง
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยสวมเสื้อฮู้ดสีเข้มโดยสารรถยนต์สีดำไปส่งพัสดุที่คอนโดมิเนียมของหญิงผู้ถูกจับในออสเตรเลีย จึงติดตามรถคันดังกล่าวจนพบคนขับ อายุ 59 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ให้การว่า วันเกิดเหตุมีชายอีกคนเป็นผู้นำพัสดุลงไปส่ง
ตำรวจจึงพุ่งเป้าสืบสวนชายคนดังกล่าว กระทั่งทราบว่าเป็น นายอุทัย อายุ 47 ปี ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ภูมิลำเนา จ.น่าน ก่อนบูรณาการกำลังร่วมระหว่าง ศอ.ปส.ตร., ศอ.ปส.บช.น., บช.ปส., ตำรวจภูธรภาค 6 และตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ไล่ติดตามทุกเส้นทางที่คาดว่าจะใช้หลบหนี ภายใต้ยุทธวิธี “ทุ่มทุกกำลัง ล่าทุกวินาที” หลังได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีออกนอกประเทศ
ในที่สุด ชุดสืบสวนสามารถตามจับนายอุทัยได้ขณะเปิดห้องพักใกล้สถานีขนส่งจังหวัดพิษณุโลก ก่อนนำตัวสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาให้การถึงจุดเก็บยาเสพติด รวมถึงสถานที่นำพยานหลักฐานไปทำลายก่อนหลบหนี
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา นำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจค้นห้องพักในพื้นที่ ต.กะมัง จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายค้นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ 139/2569 รวมถึงจุดอื่นที่ผู้ต้องหานำของกลางไปทิ้ง พบพยานหลักฐานสำคัญหลายรายการ และตรวจพบสารเฮโรอีนตกค้าง เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนประสิทธิภาพการประสานงานของทุกหน่วยที่สามารถตอบสนองข้อมูลจากต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว จนขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้สำเร็จ พร้อมทำลายเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่เตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สาม และจะเดินหน้าขยายผลถึงผู้บงการและเครือข่ายทั้งหมด
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า นายอุทัยรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้าง 60,000 บาท ให้ไปรับเฮโรอีนจากพื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งบรรจุอยู่ในกระเป๋าลายช้างรวม 18 ใบ ก่อนนำมาแพ็กลงกล่องพัสดุ 2 กล่อง ตามคำสั่งของเครือข่าย จากนั้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ได้เรียกรถยนต์โตโยต้า ยาริส นำพัสดุไปส่งในพื้นที่ซอยเสือใหญ่และย่านบางนา กรุงเทพมหานคร โดยสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน แว่นตา และรองเท้าแตะกับถุงเท้าสีขาวเพื่ออำพรางตัว ก่อนกลับที่พักใน จ.พระนครศรีอยุธยา
ผู้ต้องหาระบุอีกว่า หลังทราบข่าวหญิงไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย จึงรีบหลบหนีทันที แต่สุดท้ายไม่รอดการติดตามของตำรวจ
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติยังคงปรับเปลี่ยนรูปแบบการลำเลียงอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยระบบพัสดุและผู้รับจ้างเป็นตัวกลางอำพรางการกระทำผิด อย่างไรก็ตาม การสืบสวนเชิงรุกของตำรวจไทยสามารถแกะรอยจนเชื่อมโยงเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว และการขยายผลในคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด โดยตำรวจเตรียมเดินหน้าล่าตัวผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีทั้งหมด
//





Users Today : 282
Users Yesterday : 817
Total Users : 9117381
Total views : 41544701
Who's Online : 8