สืบ สตม. รวบแล้ว เครือข่ายแก็งยาเสพติดเวียดนาม หลัง ป.ป.ส. ประสานข่าวกรอง เร่งล่าตัว

สืบ สตม. รวบแล้ว เครือข่ายแก็งยาเสพติดเวียดนาม หลัง ป.ป.ส. ประสานข่าวกรอง เร่งล่าตัว

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ และ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม. ได้สั่งการให้เร่งติดตามจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับคดีอาญาร้ายแรง ตามนโยบาย “ประเทศไทยไม่ใช่ที่หลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติ”และ “ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ ไม่ให้รอด”

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. พร้อมด้วย พ.ต.ท.รัชกฤช รัมจันทร์ รอง ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.พิเชษฐ์ แสงบัณฑิตย์ สว.กก.2 บก.สส.สตม. มอบหมายให้ ร.ต.อ.สุรสิทธิ์ อาจจำนงค์ นำชุดสืบสวนและชุดปฏิบัติการที่ 3 เข้าควบคุมตัว MR. VIETT (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี สัญชาติเวียดนาม บริเวณหน้าบ้านพักย่านร่มเกล้า เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ส. ประสานมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขอให้เพิกถอนการตรวจลงตรา (วีซ่า) และดำเนินการควบคุมตัวบุคคลตามหมายจับของทางการเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด และมีพฤติการณ์หลบหนีเข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่าพบผู้ต้องหารายดังกล่าวหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ย่านร่มเกล้า จึงเข้าไปเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ กระทั่งพบตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบหนังสือเดินทางและยืนยันตัวบุคคล ก่อนควบคุมตัวมายัง บก.สส.สตม. เพื่อแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้ต้องหารายนี้ เป็นบุคคลตามหมายจับของ กรมตำรวจปราบปรามยาเสพติด สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Counter Narcotics Police Department : CND) ในคดียาเสพติด และเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว

การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยและต่างประเทศในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดข้ามชาติ และเป็นการตอกย้ำนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการ ป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งหลบซ่อนหรือใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวของอาชญากรข้ามชาติ

Related posts