กาฬสินธุ์ คืบหน้าแก๊งวัยรุ่นฟันเด็กพิการ ผกก.สภ.สมเด็จ ยืนยันรวบรวมหลักฐานเต็มที่ พร้อมขอหมายจับ 7 ก.ย.นี้

คืบหน้าคดีแก๊งวัยรุ่นโหดรุมฟันนักเรียนพิการบาดเจ็บสาหัสกะโหลกร้าว-เลือดคั่งสมอง หลังจากพ่อสุดทนบุกศูนย์ดำรงธรรมแฉตำรวจอ้างไม่ว่างรับผลแพทย์ วันนี้ตำรวจ สภ.สมเด็จ นัดสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่ม ผกก.สมเด็จ ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งรวบรวมหลักฐานเต็มความสามารถ พร้อมยื่นศาลออกหมายจับนายนิด(นามสมมุติ) เยาวชนวัย 16 ปีตัวการหลักพร้อมพวกรวมกว่า 10 คนในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 อย่างแน่นอน

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา นายเดชา การปั้น บิดา พร้อมครอบครัวของนายน้อง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เยาวชนผู้พิการขา เดินไม่สมบูรณ์และวิ่งไม่ได้ ได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ช่วยเร่งรัดคดี หลังลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นเกือบ 10 คน ใช้อาวุธมีดแทง-ฟัน และรุมเตะเข้าที่ศีรษะอย่างทารุณจนบาดเจ็บสาหัส เลือดคั่งในสมอง ต้องผ่าตัดด่วนและนอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เหตุเกิดบริเวณสวนสาธารณะรักษ์สมเด็จ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยครอบครัวระบุว่าคดีไม่มีความคืบหน้า และพนักงานสอบสวนอ้างว่ายังไม่มีเวลาว่างไปรับเอกสารผลการตรวจรักษาจากโรงพยาบาล จนทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเยาวชนและมีประวัติก่อเหตุซ้ำซากยังคงลอยนวล ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 5 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายนักเรียน บริเวณสวนสาธารณะรักษ์สมเด็จ เขตเทศบาลตำบลสมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศที่ สภ.สมเด็จ มีกลุ่มผู้เสียหายพร้อมผู้ปกครองเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมต่อ พ.ต.ท.วิเชียร จงหาญ สารวัตร (สอบสวน) สภ.สมเด็จ เพื่อเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจและสร้างความสะเทือนขวัญให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

จากการสอบปากคำ นายนัน(นามสมมุติ) อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุตนพร้อมเพื่อนนักเรียนรวม 5 คน ได้เดินออกจากโรงเรียนมานั่งพักผ่อนบริเวณสวนสาธารณะรักษ์สมเด็จ ซึ่งเป็นจุดที่มานั่งเล่นเป็นประจำ กระทั่งมีกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นประมาณ 10 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหา แล้วตะโกนถามด้วยน้ำเสียงก้าวร้าวว่า “ใครบิดรถเสียงดัง” จากนั้นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ชักมีดยาวที่ซุกซ่อนไว้ที่เอวโดยมีชายเสื้อปิดบังเอาไว้ ออกมากระหน่ำฟันใส่กลุ่มของตนอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ทุกคนต้องวิ่งหนีตายไปคนละทิศคนละทาง โดยตนเองถูกฟันเข้าที่แผ่นหลังด้านซ้าย 1 จุด แต่โชคดีที่สวมเสื้อคลุมซ้อนกันสองชั้นจึงไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง และถูกถอดกุญแจรถจักรยานยนต์เอาไว้เพื่อไม่ให้ขับขี่หนี

นายนัน(นามสมมุติ)กล่าวต่อว่า เพื่อนอีกคนคือนายน้อง อายุ 16 ปี ซึ่งมีความพิการที่ขาทำให้วิ่งหนีไม่ทัน ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมสกรัมและใช้อาวุธมีดฟันเข้าที่ต้นแขนซ้ายจนเป็นแผลฉกรรจ์ อีกทั้งยังถูกรุมกระทืบซ้ำจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์ของนายน้องเพื่อนของตน ยังถูกนายนิด หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ใช้มีดฟันจนหน้าปัด หน้ากาก ไฟหน้า และไฟท้ายแตกพังเสียหายยับเยิน โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยอโศกสมเด็จ ได้เข้าประสานช่วยเหลือปฐมพยาบาล นำตัว ตนส่งโรงพยาบาลสมเด็จ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้หลังนอนพักรักษาตัว 1 วัน ส่วนนายน้องอาการสาหัส มีอาการกะโหลกร้าวและเลือดคั่งในสมอง จึงถูกส่งตัวไปผ่าตัดสมองด่วน และยังคงต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดในห้อง ICU โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

ด้านนางบัวศรี สมร อายุ 63 ปี ยายของผู้เสียหาย กล่าวว่า ตอนแรกคิดว่ามีคนโทรมาชวนไปกินส้มตำ แต่กลับได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าหลานชายถูกฟัน จึงรีบเดินทางมาดูด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นหลานยังมีชีวิตอยู่ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่ยังคงกังวลกับความปลอดภัยของลูกหลานในระยะยาว ยิ่งทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีประวัติก่อเหตุในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง แต่กลับยังไม่เคยถูกจับกุมหรือดำเนินคดีจริงจัง จึงอยากขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเกรงว่าจะกลับมาก่อเหตุซ้ำหรือไปสร้างความเดือดร้อนให้คนบริสุทธิ์อีก

 

ขณะที่ พ.ต.ท.วิเชียร จงหาญ สารวัตร (สอบสวน) สภ.สมเด็จ กล่าวว่า ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุตั้งแต่วันได้รับแจ้งความ วันนี้ได้เรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำรวม 5 ปาก ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเอกสารยืนยันผลการรักษาจากโรงพยาบาล เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุที่มีประมาณ 10 คนนั้น เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ลงมือหลักแล้ว คือนายนิด (นามสมมุติ) ชาวเทศบาลตำบลสมเด็จ อาศัยอยู่กับยาย พ่อแม่หย่าร้าง และไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งมีประวัติพฤติกรรมความรุนแรงทำร้ายผู้อื่นเป็นประจำ ซึ่งหากรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน จะทำการออกหมายจับ นายนิด(นามสมมุติ) พร้อมพวกมาดำเนินคดีทันที

 

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้ประสานติดต่อ พ.ต.อ.ฐิติภัทร อุณเวทย์วานิช ผกก.สมเด็จ เพื่อสอบถามแนวทางการดำเนินคดีและความคืบหน้าในการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งทาง ผกก.สภ.สมเด็จ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่และสุดความสามารถ โดยขณะนี้กระบวนการสอบสวนมีความคืบหน้าไปมาก และเตรียมที่จะขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ นายนิดพร้อมพวกกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดภายในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 นี้ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป

Related posts