ชลบุรี-วอนหน่วยงานช่วยด่วน เจ้าของแพหอยอ่าวอุดมระทมหนัก เรือน้ำมันทิ้งสมอสู้คลื่นลมแรง พุ่งชนแพพังยับ 14 เชือก

ชลบุรี-วอนหน่วยงานช่วยด่วน เจ้าของแพหอยอ่าวอุดมระทมหนัก เรือน้ำมันทิ้งสมอสู้คลื่นลมแรง พุ่งชนแพพังยับ 14 เชือก

 

​ ชลบุรี — เกิดเหตุความเดือดร้อนหนักของเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ย่านอ่าวอุดม หลังเผชิญวิกฤตเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 2 ลำ ทอดสมอหลบคลื่นลมแรงแต่สมอเกิด “เกา” หรือเคลื่อนตัว พุ่งชนแนวแพหอยเสียหายยับเยินกว่า 14 เชือก มูลค่าความเสียหายสูง ขณะที่การเจรจาเยียวยากลับไร้ความคืบหน้า ซ้ำเจออุปสรรคข้อจำกัดทางเอกสาร วอนหน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือเยียวยา

​เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ ช่วงวันที่ 11 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา บริเวณหน้าหาดอ่าวอุดม หมู่ 1 ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดย นายทรงพล แย้มพลับ อายุ 41 ปี เจ้าของแพเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ ได้เข้าร้องเรียนและเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.บุญหลาย อินเอี่ยม พนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง เพื่อให้ช่วยติดตามผู้รับผิดชอบ เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “นทีสวัสดิ์ 6900” และเรือ “MT. Pitsaran Bangkok” ซึ่งเข้ามาทอดสมออยู่ใกล้บริเวณพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากสภาพอากาศในขณะนั้นมีคลื่นลมแรงจัด ทำให้สมอเรือทั้งสองลำเกิดการเคลื่อนตัว (สมอเกา) พุ่งเข้ามาชนและกวาดแนวแพเพาะเลี้ยงหอย ส่งผลให้เชือกเพาะเลี้ยงเสียหายรวมถึง 14 เชือก (จากทั้งหมดราว 40 เชือก) โดยมีความยาวประมาณ 200 เมตรต่อเชือก สร้างความเสียหายต่อต้นทุนและอาชีพที่ทำกินอย่างมหาศาล

 

​ และเมื่อวันที่ 5 ต.ค.69 นายทรงพล เปิดเผยด้วยความคับแค้นใจว่า หลังเกิดเหตุตนได้พยายามติดต่อไปยังตัวแทนและผู้เกี่ยวข้องของเรือทั้งสองลำ เพื่อพูดคุยเจรจาค่าเสียหาย ในช่วงแรกดูเหมือนจะมีท่าทีรับผิดชอบ แต่ผ่านไปกลับไร้ความคืบหน้า บ่ายเบี่ยงการนัดหมาย และปัจจุบัน ไม่สามารถติดต่อผู้เกี่ยวข้องบางรายได้
นอกจากนี้ เรือทั้งสองลำยังมีการโต้แย้งกันเองถึงเรื่องความรับผิดชอบ ทำให้เกษตรกรผู้เสียหายต้องเคว้งคว้างและยังไม่ได้รับการชดใช้เยียวยาใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้เสียหายพยายามวิ่งเต้นประสานงานไปยังหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง กรมเจ้าท่า และกรมประมง เพื่อขอข้อมูลและแนวทางติดตามตัวเจ้าของเรือมาเจรจา แต่กลับต้องพบกับอุปสรรคใหญ่

 
โดย​ทางกรมประมง ให้ข้อมูลว่า พื้นที่จุดเกิดเหตุดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในเขตอนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จึงไม่สามารถออกเอกสารรับรองสิทธิ์หรือเอกสารประกอบเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดตามคู่กรณีได้ ทำให้ผู้เสียหายติดขัดเรื่องข้อจำกัดทางเอกสาร ไม่สามารถเดินหน้าทวงถามสิทธิ์หรือบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทเรือได้อย่างเต็มที่
​”ครอบครัวเราเดือดร้อนอย่างหนัก ต้นทุนการทำมาหากินพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา แต่กลับไร้หน่วยงานกลางเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการประสานงานคู่กรณีให้มารับผิดชอบ วอนขอความเมตตาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเข้ามาตรวจสอบและหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่กำลังตกระกำลำบากด้วยเถอะครับ” — นายทรงพล กล่าวทิ้งท้าย

นิราช ทิพย์ศรี รายงาน

Related posts