อำเภอเมือง//ชาวบ้านร่วมตำรวจตามไล่ตะคลุบพระดาว วัย 55 ปีกลางป่าหลังวัด หลังขับรถเก๋งชนชาวนาวัย 22 เสียชีวิตข้างถนนแล้วขับรถหนี เจ้าตัวสารภาพที่หนีเพราะตกใจ ขอโทษญาติผู้เสียชีวิต
วันที่ 29 ต.ค.2569 หลังตำรวจออกหมายจับพระอิทธิฤทธิ์ หรือพระดาว ดวงมาลา อายุ 55 ปี พระลูกวัดศรีสว่าง บ้านโคกมะกอก ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ไปเมื่อวันที่ 28 ต.ค.
เนื่องจากพระดาว ก่อเหตุขับรถเก๋งส่วนตัวพุ่งชน น.ส.รุจกร สีดาสัมมา อายุ 21 ปี ขณะกำลังเก็บข้าวเปลือกที่นำไปตากข้างถนน ที่ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วขับรถหลบหนีไป

โดยมีญาติของผู้เสียชีวิตขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามและพบว่าเอาไปจอดอยู่วัดศรีสว่าง ตำบลอิสาณ ในสภาพด้านหน้าของรถได้รับความเสียหาย ส่วนพระดาว ได้หายตัวไป
หลังจากนั้นตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้แกะรอยตามกระทั่งทราบข่าวว่าพระดาว ได้ย้อนกลับมาที่กุฎิของตัวเองในตอนดึก ชุดสืบสวนได้นำกุญแจเข้าไปล็อคหน้าห้องเอาไว้ แต่พระดาวได้ไหวตัวปีนหน้าต่างหนีออกไปอีก

กระทั่งล่าสุดตำรวจได้รับข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านโคกเจริญ ต.บ้านยาง อ.เมือง ว่าพระดาว ได้แอบหลบซ่อนตัวอยู่ในกุฎิร้างในป่าด้านหลังของวัดโคกเจริญ ชาวบ้านเมือทราบข่าวต่างออกมาร่วมกับตำรวจไล่จับพระดาว จนกระทั่งสามารถจับกุมได้ก่อนเจ้หน้าที่จะสามารถจับกุมได้ตอนเเมื่อช่วงเช้าของวันนี้
จากนั้นได้นำตัวพระดาว ไปสึกที่วัดโคกมะกอก ต.อิสาณ อ.เมือง ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เบื้องต้นตำรวจได้ส่งตัวไปเจาะเลือดเพื่อหาสารเสพติด ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วันจึงจะทราบผล

พระดาว ได้ให้การต่อ พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ว่า หลังจากขับรถพุ่งชนแล้วยอมรับว่าตกใจ จึงขับรถออกไปไม่คิดจะหนี เมื่อเอารถมาจอดที่วัดแล้ว ยิ่งกลัวความผิด
จึงเดินลัดเลาะไปตามป่าหลังหวัดศรีสว่าง และเมื่อมาทราบว่าตนเองขับรถชนคนเสียชีวิตตามข่าวที่ปรากฎยิ่งตกใจ กลัวความผิดจึงหลบซ่อนอยู่ในป่าหลังวัดโคกเจริญ จนมาถูกจับกุมดังกล่าว อย่างไรก็ตามต้องขอโทษญาติผู้เสียชีวิตด้วย ยืนยันไม่ได้ตั้งใจหลบหนีเพราะรู้ดีอย่างไรก็ต้องถูกจับ

เมื่อถามว่าได้ดื่มเหล้าหรือไม่ พระดาว ตอบว่าดื่มก้บญาติที่เดินทางจาก อ.หนองหงส์ มาเยี่ยม
ผกก.ถามพระดาว อีกว่า จากภาพวงจรปิดที่ตำรวจติดตามมาได้ พบว่ามีพระอยู่ในรถขณะขับหลบหนี 3 รูป พระดาว ยืนยันว่า“มาเพียงรูปเดียว”จริงๆ

อย่างไรก็ตามตำรวจจะทำการสอบสวนในเชิงลึกอีกครั้ง ทั้งนี้ในทางกฎหมายหากผลการตรวจเลือดของพระดาว ไม่พบว่ามีสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ (ปริมาณวัดได้เป็นศูนย์) ตำรวจไม่สามารถตั้งข้อกล่าวหา“เมาแล้วขับ”กับพระดาวได้
แต่หากผลการตรวจเลือดพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ด้วย(ไม่จำเป็นต้องขึ้นถึง 50 มิลกรัมเปอร์เซ็นตามกฎหมายระบุ)ตำรวจสามารถคำนวนย้อนหลังนับตั้งแต่ตอนเกิดเหตุแล้วคำนวนเป็นปริมาณแอลกอฮอล์ได้ หากคำนวณแล้วเกินกว่า 50 มิลกรัมเปอร์เซ็นต์ พนักงานสอบสวนสมารถตั้งข้อหาเมาแล้วขับได้
////////////////
ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง/0810600090/บุรีรัมย์ รายงาน





Users Today : 3282
Users Yesterday : 6548
Total Users : 9344609
Total views : 41920520
Who's Online : 17