สตม. ปักหมุดสืบแกะรอยรอบด้าน รวบหนุ่มจีน Overstay 267 วัน พบข้อมูลหมายจับจากทางการจีน เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย

รีบจัดสืบ สตม. ทำถึง! ส่งพัสดุด่วนยังไม่ทันถึงมือ แต่ สืบ สตม.โชว์หมายจับแทน ทีม กก.ปอพ.บก.สส. สตม. ปักหมุดสืบแกะรอยรอบด้าน รวบหนุ่มจีน Overstay 267 วัน พบข้อมูลหมายจับจากทางการจีน เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย
“คนมีหมาย ไม่ว่าจะหลบอยู่ที่ไหน หากข้อมูลถึงมือเจ้าหน้าที่ ก็ไม่อาจหลบเลี่ยงการติดตามได้ตลอดไป”
ภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก เข้าถึงปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. เดินหน้าสืบสวนติดตามบุคคลต่างด้าวที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับหมายจับจากต่างประเทศ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองอย่างจริงจัง
ล่าสุด วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ทีมสืบสวน The Pedd กก.ปอพ. บก.สส.สตม. เปิดปฏิบัติการติดตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับข้อมูลประสานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางการจีน ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบและพบตัวชายชาวจีนรายหนึ่งบริเวณหน้าบ้านพักในหมู่บ้านพรอเมนาดโฮม ถนนพระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ผู้ถูกจับกุมคือ MR. LINN PEI J (นายหลิน เป่ยเจี๋ยน) อายุ 36 ปี สัญชาติจีน ซึ่งปรากฏข้อมูลตามหนังสือประสานจากกองการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยว่า เป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการติดตามตัวตามหมายจับที่ออกโดยหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะเขตเทียนเหอ เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ลงวันที่ 21 มกราคม 2569
🔎 สืบให้ชัด แกะรอยให้ถึงตัว ใช้ข้อมูลนำการปฏิบัติ
เบื้องหลังการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้อาศัยเพียงข้อมูลเบื้องต้น แต่ดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติม ตรวจสอบข้อมูลบุคคลและความเคลื่อนไหว จนทราบเบาะแสว่าเป้าหมายพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนนำข้อมูลไปตรวจสอบในพื้นที่จริง
เมื่อชุดจับกุมเดินทางไปถึงบริเวณที่ได้รับข้อมูล พบชายซึ่งมีลักษณะตรงกับบุคคลเป้าหมายเดินอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นตำรวจและดำเนินการตรวจสอบเอกสารประจำตัวและหนังสือเดินทางตามขั้นตอนกฎหมาย
ผลการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นบุคคลสัญชาติจีน โดยเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 แต่เมื่อถึงวันตรวจสอบพบว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงแล้ว เป็นระยะเวลา 267 วัน
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย โดยผู้ถูกจับกุมรับทราบข้อกล่าวหาและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม
จากนั้นควบคุมตัวมายัง กก.ปอพ. บก.สส.สตม. เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
🎯 งานสืบสวนต้องรอบด้าน ไม่ใช่แค่รู้เป้าหมาย แต่ต้องเข้าถึงตัว
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของงานสืบสวนที่ต้องอาศัยทั้งการประสานข้อมูล การวิเคราะห์เบาะแส การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการลงพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพราะข้อมูลที่ถูกต้องและการทำงานที่ต่อเนื่อง คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามบุคคลเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าบุคคลเป้าหมายจะเดินทางไปอยู่ที่ใด การสืบสวนที่รอบคอบและการประสานงานระหว่างหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ย่อมเพิ่มโอกาสในการตรวจพบและดำเนินการตามกฎหมายได้ โดยทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง
🤝 นโยบาย ผบ.ตร. ทำงานทุกวัน ประชาชนมีทุกข์ ต้องเร่งเข้าช่วย
แนวทางการทำงานเชิงรุกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด แต่ยังหมายถึงการทำงานเพื่อประชาชนอย่างใกล้ชิด รับฟังปัญหา และเร่งบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อได้รับแจ้งเหตุ
“ประชาชนมีทุกข์ เขามาหาเรา เมื่อโทรมาแจ้งปัญหา ต้องรีบไปดูแล หมั่นลงพื้นที่และแวะเวียนเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างสม่ำเสมอ”
นี่คือแนวคิดของการทำงานที่ต้องเดินเข้าหาประชาชน ไม่รอให้ปัญหาลุกลาม และไม่ปล่อยให้ความเดือดร้อนถูกละเลย เพราะภารกิจของตำรวจไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่คือการเป็นที่พึ่งของประชาชนเมื่อเกิดปัญหา
สืบ สตม. เดินหน้าทำงานต่อเนื่อง สืบสวนด้วยข้อมูล ปฏิบัติการด้วยความรอบคอบ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้กฎหมายได้รับการบังคับใช้อย่างจริงจัง และประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
ทีม บก.สส.สตม. โดย the Pedd กก.ปอพ.ฉับไวรับงานถึงตัว ทำงานให้ถึงประชาชน เป็นตำรวจที่ประชาชน เชื่อมั่น และศรัทธา

Related posts