แพทย์ทหารห่วงใย “สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ช่วงฤดูหนาว” ย้ำพี่น้องประชาชนรู้ความต่าง “ไข้หวัดใหญ่” กับ “ไข้หวัด” เพื่อการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูหนาวอย่างใกล้ชิด พบว่า มีผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในสถานศึกษา และสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ทั้งนี้ ยังไม่พบสถานการณ์การระบาดเป็นวงกว้าง หรือสายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น สำหรับในปีที่ผ่านมา วันที่ 1 มกราคม – 30 ธันวาคม 2568 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สะสม 1,183,823 ราย เสียชีวิต 125 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.01 กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน สูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มอายุ 5 – 9 ปี (6,150.20 คน) รองลงมาเป็น อายุ 0 – 4 ปี (5,122.00 คน) และอายุ 10 – 14 ปี (4,203.20 คน) ตามลำดับ

“โรคไข้หวัดใหญ่” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน มีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป มักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ และเจ็บคอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ติดต่อทางการหายใจ โดยจะได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูด ในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงาน การแพร่เชื้อจะเกิดได้มาก นอกจากนี้การแพร่เชื้ออาจเกิด โดยการสัมผัสฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย หรือจากมือที่สัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก

ขณะที่ “ไข้หวัด” มักมีอาการไม่รุนแรง ไข้ไม่สูง มีน้ำมูก ไอเล็กน้อย และสามารถหายได้เอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 – 3 วัน ควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง
ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จัดหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง หากป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน มีอาการรุนแรง และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ เช่น ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้มีโรคประจำตัว ผู้เป็นโรคอ้วน หญิงตั้งครรภ์ ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต และควรดูแลสุขภาพ รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องเข้าไปในที่ที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก ล้างมือด้วยน้ำสะอาด และสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หรือหากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่บ้าน 3 – 7 วัน หรือจนกว่า จะหายเป็นปกติ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ ทั้งนี้หากอาการไม่ดีขึ้น เช่น หอบเหนื่อย ซึมลง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้สามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ
จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส
****************



Users Today : 252
Users Yesterday : 450
Total Users : 9006096
Total views : 41283716
Who's Online : 8