รอง ผบ.ตร. แถลงผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ เดือนกุมภาพันธ์ จับกุม 17,355 คดี ยึดยาบ้า 129.25 ล้านเม็ด อายัดทรัพย์สินกว่า 731 ล้านบาท

รอง ผบ.ตร. แถลงผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ เดือนกุมภาพันธ์ จับกุม 17,355 คดี ยึดยาบ้า 129.25 ล้านเม็ด อายัดทรัพย์สินกว่า 731 ล้านบาท

 

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 10.00 น. ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.) เป็นประธานการประชุม ศอ.ปส.ตร. ครั้งที่ 5/2569 และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 8/2569 โดยมี พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และหน่วยต่าง ๆ ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference)

 

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับพี่น้องประชาชน โดยลดการเกิดความรุนแรงในชุมชนอันเป็นผลมาจากยาเสพติด ซึ่งในวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 3,018 จุด ครอบคลุม 688 เครือข่าย โดยมีผลการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้
• การจับกุม : สามารถจับกุมคดียาเสพติด 2,444 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 2,443 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าได้ 182 หมาย
• การยึดของกลาง : ยาบ้า 6,215,327 เม็ด, ไอซ์ 141 กิโลกรัม, คีตามีน 8 กิโลกรัม เฮโรอีน 13 กิโลกรัม และ อาวุธปืน 89 กระบอก
• การยึดทรัพย์ : ตรวจยึดเงินสด 1,347,052 บาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 117 ล้านบาท

 

สำหรับผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติด 1,756 เครือข่าย, จับกุม 17,355 คดี ผู้ต้องหา 17,419 ราย และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าได้ 745 หมาย ยึดยาบ้ากว่า 129.25 ล้านเม็ด, ไอซ์ 3,786 กิโลกรัม, คีตามีน 27 กิโลกรัม, เฮโรอีน 22 กิโลกรัม, ยาอี 1,804 เม็ด, อาวุธปืน 382 กระบอก, ระเบิด 1 ลูก และยึดทรัพย์ 731 ล้านบาท พร้อมสั่งยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกเพิ่มความถี่เพื่อตัดวงจรผู้ค้าให้สิ้นซาก

 

พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทุกหน่วยได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และบูรณาการกำลังอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านการปิดล้อมตรวจค้น การจับกุมผู้กระทำความผิด การขยายผลเครือข่ายรายสำคัญ และการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ผลการดำเนินงานในเชิงปริมาณ ทั้งจำนวนคดี ผู้ต้องหา ของกลาง และการตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติด เป็นไปตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนด สะท้อนถึงความเข้มแข็งและความเสียสละของข้าราชการตำรวจทุกระดับ ที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

 

นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร. เน้นย้ำว่า แม้ผลสัมฤทธิ์ตามตัวเลขจะอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แต่สถานการณ์ผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะกรณีผู้เสพที่มีอาการทางจิตเวชคลุ้มคลั่ง ก่อเหตุรุนแรงในครอบครัว ชุมชน หรือสถานที่สาธารณะ ยังคงสร้างความหวาดกลัวและกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ดังนั้น การขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป จำเป็นต้องมุ่งเน้น “ผลลัพธ์ที่ประชาชนรับรู้ได้จริง” ไม่ใช่เพียงผลเชิงสถิติ แต่ต้องสามารถลดความรุนแรง ลดเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปกป้องลูกหลานไทยให้ห่างไกลจากยาเสพติด

Related posts