บุรีรัมย์- “ร.ต.อ.” เครียดชัก 9 มม.จ่อขมับดับคาเตียง รพ.คาดเครียดโรคร้าย

อำเภอเมือง // อดีตตำรวจยศ ร.ต.อ.วัย 62 ปี สังกัด สภ.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง บุรีรัมย์ เกิดอาการเครียดป่วยเป็นโรคตับแข็ง ไม่อยากเป็นภาระให้กับครอบครัว ให้ลูกชายนำอาวุธปืนมาให้ที่โรงพยาบาล อ้างจะนำไปขายรักษาตนเองที่ป่วย สบโอกาสใช้ปืนยิงหัวตัวเองดับคาเตียงคนไข้

วันที่ 3 พ.ค.69 เมื่อเวลา 15.00 น. ร.ต.อ.สุพจน์ ตึกกระโทก รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ว่ามีคนไข้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต จึงรายงานให้ พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ทราบพร้อมรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็น ตึกอายุรกรรมชาย ชั้นที่ 1 ของโรงพยาบาลบุรีรัมย์ พบศพ ร.ต.อ.พิทยา (นามสมมุติ)อายุ 62 ปี (ข้าราชการตำรวจเกษียณ ตำแหน่ง รองสารวัตร สืบสวน สภ.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ) นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงคนไข้ บริเวณศีรษะขมับซ้ายถูกยิงด้วยอาวุธปืนจำนวน 1 นัด ใกล้กันบนเตียงพบอาวุธปืน ขนาด 9 มม.เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบถามนายเอ (นามสมมุติ) ลูกชายผู้เสียชีวิตเล่าว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา พ่อได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ด้วยโรคตับแข็ง ในระหว่างการรักษาพ่อได้ตัดพ้อ บ่นอยากตายทุกวัน ไม่อยากเป็นภาระให้ลูกกับเมีย และมีอาการเจ็บปวดจากการป่วย ต่อมาพ่อได้ให้ตนและแม่นำอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาให้อ้างว่าจะนำปืนขายต่อให้เพื่อนเป็นจำนวนเงิน 100 ,000 บาท เพื่อเอาเงินมารักษาตัวเองที่ป่วย ตนจึงได้นำอาวุธปืนมาให้ โดยได้แยกแม็กกาซีนที่บรรจุลูกกระสุนปืนออกไว้แล้ว ก่อนเกิดเหตุพ่ออ้างว่าถ้าขายปืนไม่มีกระสุนเขาจะไม่รับซื้อ ตนจึงเปิดกระเป๋าซึ่งเก็บให้ดูลูกกระสุนปืน ซึ่งพ่อได้หยิบออกไป 1 นัด ต่อมาพ่อได้บอกให้ตนและแม่ไปหยิบของมาให้ พ่อ จังหวะพ่อได้ใช้ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเฝ้า หยิบอาวุธปืนและบรรจุกระสุนใส่รังเพลิง ซึ่งตนได้ยินเสียงขึ้นลำและพ่อใช้มือซ้ายหยิบปืนยิงเข้าที่บริเวณศีรษะแล้ว

สอบถามนายคำผอง ทองภูธร อายุ 80 ปี เพื่อนบ้านผู้เสียชีวิต เล่าว่า ร.ต.อ.พิทยา ป่วยเป็นโรคตับแข็ง มานานส่วนสาเหตุที่ยิงตัวเองเสียชีวิตคาดว่าน่าจะเกิดจากความเครียด ไม่อยากเป็นภาระให้กับครอบครัวที่จะต้องมาดูแลตนเองที่ป่วย

เบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงได้มอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ////////

ทืมข่าวจังหวัดบุรีรัมย์รายงาน

Related posts