สุพรรณบุรี- กรมทางหลวง เดินหน้าศึกษาออกแบบ MR10 ช่วง ทล.32–สุพรรณบุรี เชื่อมโครงข่ายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก

สุพรรณบุรี- กรมทางหลวง เดินหน้าศึกษาออกแบบ MR10 ช่วง ทล.32–สุพรรณบุรี เชื่อมโครงข่ายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก
ณ ห้องประชุม โรงแรมเลิศธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี กรมทางหลวง โดยสำนักสำรวจและออกแบบ จัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 1) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ และสำรวจและออกแบบรายละเอียด ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 91 (MR10) ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี
ซึ่งมีนายเด่นศักดิ์ สุขกูล
ผู้จัดการโครงการ นายพนธวิชญ์ เอี่ยมสินธร นักวิชาการสิ่งแวดล้อม
นายกิตติพงศ์ จำเริญศาสน์ วิศวกรโยธา นายคมน์ พิสิษชญากุล
ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน เข้าร่วมประชุม โดยมีนายเปรมวุฒิ จันทร์ธนวงษ์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษกล่าวรายงาน
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความเป็นมา วัตถุประสงค์ ขอบเขตขั้นตอนการศึกษา แนวคิดการพัฒนาโครงการและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการพัฒนาโครงการให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบพร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาโครงการให้มีความเหมาะสมด้านวิศวกรรม และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมทั้งประชาชนตามแนวเส้นทางน้อยที่สุด โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม
โครงการช่วงทางหลวงหมายเลข 32 – สุพรรณบุรี (MR10) เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 91 (MR10) ซึ่งถูกกำหนดบทบาทให้เป็นถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เป็นทางเลือกที่ใช้สำหรับการเดินทางและขนส่งสินค้า เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ โดยรอบกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยไม่ต้องผ่านพื้นที่ใจกลางของกรุงเทพมหานคร ด้วยความที่เป็นทางเลือก จึงกำหนดให้เป็นถนนที่มีมาตรฐานสูง ต้องควบคุมการเข้า – ออกอย่างสมบูรณ์ เพื่อรองรับการเดินทางที่ต้องใช้ความเร็วสูง รองรับการขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเข้าสู่โครงข่ายหลักของประเทศ ช่วยลดความแออัดของยานพาหนะที่จะเข้าสู่กรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ในภาพรวมลงได้ ทั้งนี้
ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองช่วงทางหลวงหมายเลข 32 – สุพรรณบุรี (MR10) นี้ จะเป็นทางหลวงพิเศษที่ใช้แนวเส้นทางขนานคู่กันกับทางรถไฟสายสุพรรณบุรี – นครหลวง – บ้านภาชี ต่อเนื่องมาจากทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองทางหลวงหมายเลข 32 – บรรจบทางหลวงหมายเลข 305 ที่กรมทางหลวงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียด ตั้งแต่ พ.ศ. 2568
ด้วยเหตุนี้ กรมทางหลวง โดยสำนักสำรวจและออกแบบ จึงได้ดำเนินการว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ซีวิล แอนด์ สตรัคเจอรัล เอ็นยิเนียร์ส จำกัด และบริษัท ดาวฤกษ์ คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด เพื่อดำเนินการทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจและออกแบบรายละเอียด รวมทั้งศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
ของโครงการ เพื่อให้การพัฒนาโครงการมีความเหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม โดยมีระยะเวลาศึกษาโครงการรวม 450 วัน
โดยจากการศึกษาเบื้องต้น พบว่า ตลอดแนวเส้นทางโครงการผ่านพื้นที่รับน้ำหลายจุด ดังนั้นในการออกแบบรูปแบบโครงการเบื้องต้นจะพิจารณารูปแบบทางยกระดับหรือสะพานบก เพื่อหลีกเลี่ยงระดับน้ำท่วม และป้องกันไม่ให้แนวเส้นทางโครงการขวางทางน้ำที่ไหลบ่าจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากแบบของโครงการทางรถไฟสายใหม่ ช่วงกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี-ชุมทางบ้านภาชี ก็มีการออกแบบเป็นทางยกระดับตลอดทั้งเส้นเช่นเดียวกัน
ดังนั้นรูปแบบทางยกระดับจะมีความสอดคล้องกันระหว่างโครงการรถไฟและทางหลวงพิเศษเพื่อแก้ปัญหาการ
กีดขวางทางระบายน้ำ การแบ่งแยกชุมชน และการแก้ปัญหาจุดตัดถนนเดิมให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกันได้ โดย กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาจะนำเสนอรูปแบบทางเลือกการพัฒนาถนนของโครงการในการประชุมครั้งต่อไป
ภายหลังการประชุมครั้งนี้ กรมทางหลวง จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนนำมาพิจารณาประกอบการศึกษาและออกแบบรายละเอียดของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลโครงการไป
สู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่โครงการได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยการประชุมปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 1) ได้กำหนดจัดขึ้นจำนวน 2 วัน ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ศึกษาโครงการได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการอย่างทั่วถึง โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.mr10-hw32-suphanburi.com แฟนเพจเฟซบุ๊ก : MR10 ทล32 – สุพรรณบุรี และ Line Official โครงการ : @174zxqvf (MR10-ทล32-สุพรรณบุรี)
ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรีรายงาน

Related posts