“พล.ต.อ.ธัชชัยฯ” หารือร่วม 11 ประเทศ พร้อมองค์กรภาคีทั้งไทยและต่างประเทศ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

“พล.ต.อ.ธัชชัยฯ” หารือร่วม 11 ประเทศ พร้อมองค์กรภาคีทั้งไทยและต่างประเทศ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันนี้ (30 มิถุนายน 2569) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) ณ โรงแรมมัดดีส์ บีช รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี โดยมี พล.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน จเรตำรวจ/หัวหน้าส่วนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย สาธารณรัฐเกาหลี และเนปาล พร้อมผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration – IOM), สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย (HSI) และ ศูนย์ความร่วมมือและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong Integrated Law Enforcement and Security Cooperation Center – LMLECC) รวมถึงหน่วยงานของไทย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพบก ร่วมประชุม เพื่อร่วมกำหนดแนวทางความร่วมมือในการสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจัดการประชุมระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569

ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ แนวโน้ม และรูปแบบการกระทำผิดที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยเห็นพ้องที่จะเร่งรัดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การประสานการสืบสวนคดีข้ามพรมแดน การติดตามเส้นทางการเงิน การช่วยเหลือและส่งกลับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมถึงการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดและผู้บงการเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ประเทศต่าง ๆ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากขบวนการค้ามนุษย์รวม 46 สัญชาติ จำนวน 14,694 ราย ขณะที่ประเทศไทยได้รับคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจากประเทศกัมพูชา เนื่องจากเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ ระหว่างปี 2565–2569 จำนวน 105 ครั้ง รวม 2,774 ราย สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวมีความเชื่อมโยงระหว่างหลายประเทศ และจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางป้องกันการล่อลวงประชาชนให้เดินทางไปทำงานกับขบวนการอาชญากรรมในต่างประเทศ ซึ่งมักใช้วิธีหลอกลวงผ่านการชักชวนให้ลงทุน การโฆษณารับสมัครงานที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง และการหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือโรแมนซ์สแกม (Romance Scam) โดยทุกประเทศเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการเฝ้าระวัง การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการสร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อลดจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อและสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างยั่งยืน

Related posts