เชียงใหม่ – “เอก ศุภมิตร” เปิดวิสัยทัศน์ชิงประธาน สทท. ชู รับฟัง ร่วมมือ ลงมือทำ

“ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์” เปิดวิสัยทัศน์ผู้สมัครประธาน สทท. ชู “รับฟัง ร่วมมือ ลงมือทำ” เชื่อมเสียงผู้ประกอบการทั่วประเทศ

 

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเชียงใหม่“เอก ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดตัว พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ต่อผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว พันธมิตร และเครือข่ายจากหลายภาคส่วน โดยชูแนวทางการทำงานภายใต้แนวคิด “รับฟัง ร่วมมือ ลงมือทำ” มุ่งให้สภาฯ เป็นกลไกที่ใกล้ชิดสมาชิก เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และผลักดันประเด็นจากพื้นที่สู่ระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

“ศุภมิตร”กล่าวว่า การพบปะครั้งนี้ต้องการให้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักและสร้างความเข้าใจร่วมกัน
โดยมีหลักสำคัญในการทำงาน 3 ประการ ได้แก่ “รับฟัง ร่วมมือ ลงมือทำ” เนื่องจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวเป็นผู้ที่อยู่ใกล้กับสถานการณ์จริงและเข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยว ตลอดจนข้อจำกัดและโอกาสของแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดี

สำหรับแนวทางแรกคือ “รับฟัง” โดยเห็นว่าภาคการท่องเที่ยวประกอบด้วยผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่ม ทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชน ซึ่งล้วนมีบทบาทเชื่อมโยงกันในระบบการท่องเที่ยว ดังนั้นเสียงจากสมาชิกและเครือข่ายในแต่ละพื้นที่จึงมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางของ สทท. ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

ผมอยากเห็นสภาฯ เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาพูดคุย เสนอความคิดเห็น และรู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย เมื่อเรารับฟังกันมากขึ้น ก็จะเข้าใจกันมากขึ้น และสามารถหาทางเดินร่วมกันได้ง่ายขึ้น

ส่วนแนวทางที่สองคือ “ร่วมมือ” โดยต้องการให้สมาชิก สมาคม และเครือข่ายในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การสะท้อนปัญหา การเสนอแนวทางแก้ไข ไปจนถึงการกำหนดประเด็นที่ควรเร่งดำเนินการ พร้อมลงพื้นที่เพื่อรับฟังโดยตรงว่า ผู้ประกอบการแต่ละพื้นที่ประสบปัญหาใด ต้องการให้ สทท. ช่วยประสานเรื่องใด และมีโอกาสด้านใดที่สามารถนำมาต่อยอดได้

คุณศุภมิตร ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของสมาคมและเครือข่ายในพื้นที่ เพราะเป็นกลไกที่มีความใกล้ชิดกับผู้ประกอบการและเข้าใจบริบทของแต่ละจังหวัด เมื่อเครือข่ายมีความเข้มแข็ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมปัญหา ประสานความร่วมมือ และผลักดันข้อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน

ขณะที่แนวทางที่สามคือ “ลงมือทำ” เมื่อผ่านขั้นตอนการรับฟังและสร้างเป้าหมายร่วมกันแล้ว สิ่งสำคัญคือการทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ควรเริ่มทันที ส่วนประเด็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานควรมีการประสานงานอย่างเป็นระบบ ขณะที่เรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาควรกำหนดขั้นตอนและติดตามความคืบหน้าอย่างชัดเจน พร้อมสื่อสารกลับไปยังสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังต้องการให้การทำงานของ สทท. มีความใกล้ชิดกับสมาชิกมากขึ้น สามารถติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้สะดวก พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ที่มีปัญหาหรือโจทย์ทางธุรกิจกับผู้ที่มีองค์ความรู้ เครื่องมือ และเครือข่ายที่สามารถเข้ามาช่วยต่อยอดได้

คุณศุภมิตร กล่าวอีกว่า พันธมิตรในภาคการท่องเที่ยวถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงาน เนื่องจากแต่ละภาคส่วนมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน ทั้งด้านการตลาด การพัฒนาบุคลากร เครือข่ายในพื้นที่ และองค์ความรู้เฉพาะด้าน หากสามารถนำศักยภาพเหล่านี้มาเชื่อมโยงกัน จะช่วยให้แนวคิดและข้อเสนอที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง

“สำหรับการสมัครครั้งนี้ ผมตั้งใจนำประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่มาร่วมทำงานกับสมาชิกและเครือข่ายทั่วประเทศ พร้อมที่จะรับฟัง เรียนรู้ และลงมือทำไปด้วยกัน”
พร้อมขอโอกาสและการสนับสนุนจากสมาชิก รวมถึงเชิญชวนให้ร่วมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอ เพื่อร่วมกันสร้าง สทท. ที่สมาชิกสามารถเข้าถึง มีส่วนร่วม และเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศ

ทั้งนี้ คุณศุภมิตร ยังเปิดรับข้อเสนอจากผู้ประกอบการและเครือข่ายว่า มีประเด็นใดที่ต้องการให้ สทท. ผลักดันเป็นลำดับแรก โดยย้ำว่าการทำงานในอนาคตควรเกิดจากการรับฟังเสียงของสมาชิก การประสานความร่วมมือ และการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “รับฟัง ร่วมมือ ลงมือทำ”

Related posts