บก.ตม.6 สตม.รับคำสั่งทำทันที ตม.เบตง บก.ตม.6 สนองนโยบาย รวบสาวลาว โอเวอร์สเตย์ 2,388 วัน สร้างความวุ่นวายให้กับคนเบตง

บก.ตม.6 สตม.รับคำสั่งทำทันที ตม.เบตง บก.ตม.6 สนองนโยบาย รวบสาวลาว โอเวอร์สเตย์ 2,388 วัน สร้างความวุ่นวายให้กับคนเบตง
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการผ่าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรมาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. ให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเข้มงวดกวดขันบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศที่ผิดกฎหมายหรือมีหมายจับต่างประเทศ จึงได้ทำการสืบสวนจับกุม นางสาวบุญเหลือ สัญชาติลาว

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่าภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สว.ด่าน ตม.เบตง นำชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว ระดมกวาดล้าง และติดตามจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำความผิดกฏหมาย ตามนโยบาย ผบช.สตม. ด้วยด่าน ตม.เบตง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่พักอยู่บริเวณบ้านเช่าที่เกิดเหตุในเมืองเบตง ว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติลาว เพิ่งจะมาเช่าบ้าน อยู่กับสามีประมาณ 3 วัน ประพฤติตัวก่อความวุ่นวาย ส่งเสียงดัง น่ารำคาญ ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อมาถึงบริเวณบ้านเช่าหลังดังกล่าวพบเป็นบ้านสองชั้น อยู่ในแหล่งชุมชนซึ่งมีคนอาศัยอยู่จำนวนมาก เมื่อไปถึง พบหญิงลักษณะคล้ายกับที่มีชาวบ้านโทรมาร้องเรียนพฤติกรรม จึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด่านเบตง และขอตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง เบื้องต้นจากการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นสัญชาติลาวจริง การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งวันที่ 5 เม.ย.2563 จึงได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สตม.(BIOMETRICS/PIBICS) พบว่า นางสาวบุญเหลือฯ เข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 7 มี.ค.2563 วัตถุประสงค์การเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว (ผผ.30) ครบกำหนดอนุญาตวันที่ 5 เม.ย.2563 และไม่พบการขออยู่ต่อฯ หรือการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” 2,388 วัน จึงได้เชิญตัวมายัง ด่าน ตม.เบตง และได้ทำบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โฆษก บก.ตม.6 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเข้มงวดกวดขันตรวจพื้นที่ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศของสตม.มาใช้ในการทำงาน รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าบ้านและเจ้าของโรงแรมแจ้งการเข้าพักอาศัยตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ตามนโยบายของ ผบช.สตม. ทำให้มีฐานข้อมูลที่สามารถนำมาใช้สืบสวนจับกุมคนต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายในราชอาณาจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการปฏิสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่รวมถึงการเข้าไปช่วยเหลือบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ เป็นหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ตาม นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มักจะได้รับข้อมูลข่าวสารเชิงลึก นำมาซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ซึ่ง พล.ต.ต.ชูธเรศฯ ผบก.ตม.6 ได้สั่งการยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบพื้นที่ รวมทั้งสืบสวนบุคคลต่างด้าวรายอื่นที่มีหมายจับตำรวจสากลฯ และoverstay เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองท่องเที่ยว ทั้งนี้หากประชาชนพบเบาะแสหรือต้องการแจ้งเรื่องร้องเรียนคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน สตม. 1178

Related posts