ผบช. นพศิลป์สั่งเข้ม เข้ามาท่องเที่ยวได้ ลงทุนได้ แต่อย่าใช้ไทยเป็นที่กบดาน! ตม.ภูเก็ต ร่วมกับ ตม.สตูล สนองนโยบาย รวบหนุ่มเมืองน้ำหอมหนีหมายอินเตอร์โพล คดีลักลอบขนยาเสพติด หนีซุกภูเก็ต
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการผ่าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. ให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเข้มงวดกวดขันบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศที่ผิดกฎหมายหรือมีหมายจับต่างประเทศ จึงได้ทำการสืบสวนจับกุม นาย บราฮิม สัญชาติฝรั่งเศส
พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต., พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล., พ.ต.ท. วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล นำชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว ระดมกวาดล้าง และติดตามจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำความผิดกฎหมายตามนโยบาย ผบช.สตม.
ด้วยด่าน ตม.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากตำรวจสากล แจ้งข้อมูลบุคคลต้องการตัวของทางการราชอาณาจักรเบลเยี่ยมราย นาย บราฮิม (นามสมมติ) สัญชาติฝรั่งเศส อายุ 40 ปี และพำนักอยู่ในประเทศไทย โดยนายบราฮิม เป็นบุคคลต้องการตัวตามประกาศตำรวจสากลสีแดงฯ ในความผิดฐานลักลอบค้ายาเสพติดและสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทโดยผิดกฎหมาย
ต่อมาวันที่ 20 ต.ค.69 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการสืบสวนและได้เบาะแสจาก ตม.สตูล ว่า นายบราฮิม ได้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าตอง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและมีคำสั่งให้เดินทางไปตรวจสอบ ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมมาถึงสถานที่ควบคุมตัว พบบุคคลคล้าย นายบราฮิม ยืนอยู่บริเวณหน้าห้องพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อสอบถาม
จากการสอบถามบุคคลดังกล่าวให้การยอมรับว่าตนคือ นายบราฮิม จริง จึงได้เชิญตัวมายัง ห้องสืบสวน ตม.จว.ภูเก็ต เพื่อทำการตรวจสอบในระบบสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุชื่อนายบราฮิม อายุ 40 ปี สัญชาติฝรั่งเศส และตรวจสอบจากเอกสารปรากฎว่าเป็นบุคคลเดียวกับบุคคลที่ต้องการตัวของทางการราชอาณาจักรเบลเยี่ยมจริง
ต่อมา ผบก.ตม.6 ได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นผู้มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตาม มาตรา 12(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมจึงได้แจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ จากนั้นจึงควบคุมตัวมายัง ตม.จว.ภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
โฆษก บก.ตม.6 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเข้มงวดกวดขันตรวจพื้นที่ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศของ สตม.มาใช้ในการทำงาน รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าบ้านและเจ้าของโรงแรมแจ้งการเข้าพักอาศัยตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ตามนโยบายของ ผบช.สตม. ทำให้มีฐานข้อมูลที่สามารถนำมาใช้สืบสวนจับกุมคนต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายในราชอาณาจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการปฏิสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่รวมถึงการเข้าไปช่วยเหลือบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ เป็นหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ตาม นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มักจะได้รับข้อมูลข่าวสารเชิงลึก นำมาซึ่งการจับกุมในครั้งนี้
ซึ่ง พล.ต.ต.ชูธเรศฯ ผบก.ตม.6 ได้สั่งการยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบพื้นที่ รวมทั้งสืบสวนบุคคลต่างด้าวรายอื่นที่มีหมายจับตำรวจสากลฯ และoverstay เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองท่องเที่ยว ทั้งนี้หากประชาชนพบเบาะแสหรือต้องการแจ้งเรื่องร้องเรียนคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน สตม. 1178





Users Today : 1457
Users Yesterday : 1837
Total Users : 9311102
Total views : 41876004
Who's Online : 42