19/07/2024

ชุมพร – กรมฝนหลวงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ยันอยู่ช่วยชุมพรจนกว่าจะพ้นวิกฤตภัยแล้ง

ชุมพร – กรมฝนหลวงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ยันอยู่ช่วยชุมพรจนกว่าจะพ้นวิกฤตภัยแล้ง

วันนี้ (6 มิ.ย.66) เวลา 09.45 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ประชุมสรุปผลการปฏิบัติการฝนหลวงในภารกิจบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยมี นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายเจริญโชค พรหมชุติมา นายอำเภอปะทิว ผู้บริหารกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดชุมพร ท่าอากาศยานชุมพร อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

[embedyt] https://www.youtube.com/watch?v=abigOP3WpW8[/embedyt]

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวว่า “ได้รับการประสานงานจากจังหวัดชุมพร ว่าเกิดภัยแล้งในหลายพื้นที่ของจังหวัดเข้าขั้นวิกฤต หลังฝนทิ้งช่วงนานกว่า 3 เดือน ทำให้อากาศร้อนจัด น้ำในคลองแห้งขอด ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้พืชผลทางการเกษตรเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะทุเรียนที่ขาดน้ำมานานทยอยยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ ได้ดำเนินการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดชุมพร ขึ้นเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อปฏิบัติการทำฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้งและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2566 โดยใช้อากาศยานขนาดกลาง (CASA) จำนวน 2 ลำ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกว่า 32 นาย ในการปฏิบัติการฝนหลวง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ ได้มีการจัดตั้งหน่วยฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และวางแผนบินทำฝนช่วยเหลือพื้นที่ จ.ชุมพร แต่ด้วยข้อจำกัดของระยะทางบินถึงพื้นที่เป้าหมายที่ค่อนข้างไกล ทำให้ต้องจัดตั้งหน่วยฯ จังหวัดชุมพร ขึ้นเป็นการเฉพาะกิจให้มีความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น

“ในปี 2566 นี้ จังหวัดชุมพรอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และปรากฏการณ์เอลนิโญ่ ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกปริมาณน้อย พื้นที่การเกษตรของจังหวัดชุมพร ที่มีถึง 2.56 ล้านไร่ เป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด โดยเฉพาะทุเรียนที่ปีนี้คาดว่าผลผลิตจะลดลงประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมี สวนมังคุด สวนมะพร้าว ที่ได้รับผลกระทบรวมถึงแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ 5 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำคลองท่าตะเภา ลุ่มน้ำคลองชุมพร ลุ่มน้ำคลองสวี – คลองตะโก ลุ่มน้ำคลองหลังสวน ลุ่มน้ำคลองละแม และผู้ขอรับบริการฝนหลวงที่มากถึง 70 กว่ารายในจังหวัดชุมพร ต้องได้รับการช่วยเหลือบรรเทาปัญหาให้เบาบางลง ขอให้มั่นใจในการทำงานของเราและกรมฝนหลวงฯ จะอยู่ปฏิบัติงานเคียงข้างชาวชุมพรจนกว่าจะพ้นวิกฤตภัยแล้ง และจากการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ถึง 5 มิถุนายน 2566 ปรากฏว่าหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดชุมพร ได้ขึ้นปฏิบัติการบิน รวม 7 วัน จำนวน 15 เที่ยวบิน ชั่วโมงบิน 22 ชั่วโมง ซึ่งสามารถทำให้มีปริมาณฝนตกสะสมอยู่ระหว่าง 22 – 45 มิลลิเมตร ในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันบริหารจัดการแหล่งน้ำของตนเอง ให้มีปริมาณน้ำที่เพียงพอไว้ใช้ในยามฉุกเฉินด้วย”

ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ในฐานนะพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมฝนหลวง คณะผู้บริหาร และนักบินทุกท่านที่ได้มาช่วยเหลือพี่น้องชาวชุมพร ในช่วงที่เราพบกับวิกฤตความแห้งแล้ง ซึ่งเราก็ได้พยายามช่วยกันในหลายวิธีทาง ทั้งการสูบน้ำ บรรทุกน้ำ จากแหล่งน้ำธรรมชาติต่างๆ แล้ว ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงได้ร้องขอไปยังกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว ท่านอธิบดีฯ ได้ปรับแผนการบินมาช่วยจังหวัดชุมพรตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเริ่มประสบผลสำเร็จในการทำฝนในช่วงที่เราต้องการน้ำอย่างมากพอดี ทำให้พืชผลการเกษตรที่คาดว่าจะเสียหายหนัก สามารถอยู่รอดได้ แต่มีบางส่วนที่เสียหายไป ขอเรียนว่าการปฏิบัติงานของฝนหลวงครั้งนี้ ช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรได้อย่างมาก และตอนนี้บวกกับฝนตามฤดูก็เริ่มทำให้แหล่งน้ำต่างๆ กลับมามีน้ำบางแล้ว ซึ่งจะทำให้เรามีน้ำสู้กับภัยแล้งที่คาดว่าจะมีอีกจากสถานการณ์ฝนจะทิ้งช่วง ซึ่งกรมฝนหลวงก็จะบินช่วยเราอย่างต่อเนื่อง

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

เรื่องราวที่คุณอาจพลาดไป