ชุมพร – “เคยร้องไห้ทุกคืนเพราะลูกติดยา วันนี้ได้กอดลูกอีกครั้ง” เสียงสะอื้นจากอกแม่ สู่ความสำเร็จของชุมชนปลอดยาเสพติด

“จากนรกของคนเป็นแม่…สู่วันที่ได้ลูกคืน” ชุมพรเปิดโมเดล ‘หาดพันไกรปลอดยา’ รับการประเมินระดับชาติ ตำรวจ-ชุมชน-ประชาชน ผนึกกำลังเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้กล้า คืนคนดีสู่สังคม
โครงการ “มือสวรรค์ดึงคนที่รักออกจากขุมนรกยาเสพติกลับสู่ครอบครัวอันอบอุ่น” จึงเปรียบเสมือนสะพานแห่งโอกาส ที่ช่วยพาผู้หลงผิดก้าวออกจากเงามืดของยาเสพติด กลับคืนสู่ความอบอุ่นของครอบครัว และเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีศักดิ์ศรี หลายชีวิตเคยก้าวพลาด จมอยู่ในวงจรแห่งความทุกข์ สูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง และมองไม่เห็นทางออกของชีวิต แต่เมื่อมีคนยื่นมือเข้าช่วย มีครอบครัวคอยโอบกอด และมีสังคมที่ไม่ทอดทิ้ง ความหวังก็กลับมาอีกครั้ง เพราะการเลิกยาเสพติดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากกล้าที่จะ เผชิญความจริง กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง และมีคนรอบข้างคอยจับมือเดินไปด้วยกัน ทุกก้าวที่เดินออกจากยาเสพติด คือก้าวที่เข้าใกล้ความสุขของชีวิต และทุกวันที่ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของหัวใจ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ หัดกล้า ร่วมกับ พ.ต.อ. วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ คณะกรรมการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 8 ลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน “โครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569” ของสถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพร โดยมี พ.ต.อ.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผบก.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภเมืองชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าสถานีตำรวจทั้ง 16 แห่ง ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ปฏิบัติการชุมชนยั่งยืน บ้านหาดพันไกร (วัดเขาตาสุข) หมู่ที่ 2 ตำบลหาดพันไกร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

การประเมินครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตรวจเอกสารหรือวัดผลตามตัวชี้วัดของหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่เป็นการลงมาสัมผัสผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับชีวิตของผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะครอบครัวที่เคยถูกยาเสพติดทำลายจนแทบไม่เหลือความหวัง
ภายในเวทีประเมิน มีเรื่องราวหนึ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ร่วมงาน เมื่อแม่ของอดีตผู้เสพรายหนึ่งได้ลุกขึ้นเล่าประสบการณ์ชีวิตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ช่วงเวลาที่รู้ว่าลูกชายติดยาเสพติดนั้น เปรียบเสมือนการตกนรกทั้งเป็น
“แม่ทุกคนรักลูก แต่วันที่รู้ว่าลูกติดยา มันเหมือนชีวิตมืดไปหมด ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร กลัวลูกจะตาย กลัวลูกจะติดคุก กลัวว่าจะไม่มีวันได้ลูกคนเดิมกลับมา”
เธอเล่าว่า ครอบครัวต้องเผชิญทั้งความทุกข์ ความอับอาย และความหวาดระแวงในแต่ละวัน หลายครั้งที่ร้องไห้คนเดียวในห้องนอน เพราะไม่รู้จะช่วยลูกอย่างไร ขณะที่คนในบ้านต่างได้รับผลกระทบทางจิตใจไปตามกัน
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามโครงการชุมชนยั่งยืน พร้อมด้วยผู้นำชุมชน อสม. และภาคีเครือข่าย ได้เข้ามาพูดคุย ทำความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้ลูกชายเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ
จากคนที่เคยหลงผิดในวงจรยาเสพติด วันนี้ลูกชายของเธอกลายเป็นหนึ่งใน “ผู้กล้า” ที่สามารถเอาชนะยาเสพติด กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ มีงานทำ มีรายได้ และกลับมาเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวอีกครั้ง “วันนี้แม่เหมือนได้ลูกกลับคืนมาอีกครั้ง เหมือนได้ชีวิตใหม่ทั้งครอบครัว” คำพูดสั้นๆ ของผู้เป็นแม่ กลายเป็นภาพสะท้อนความสำเร็จของโครงการที่ไม่ได้ช่วยเฉพาะผู้เสพ แต่ยังช่วยเยียวยาหัวใจของพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และคนรอบข้างที่เคยทุกข์ทรมานจากพิษภัยยาเสพติด
สำหรับผลการดำเนินงานในพื้นที่บ้านหาดพันไกรและบ้านล่าง ตำบลหาดพันไกร คณะตรวจประเมินได้รับฟังรายงานจาก พ.ต.ท.สุรศักดิ์ พันสนาชี รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองชุมพร และ ว่าที่ พ.ต.ท.ประคอง แก้วประสม สารวัตรป้องกันปราบปราม (ชุมชนสัมพันธ์) สภ.เมืองชุมพร ถึงความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนโครงการร่วมกับทุกภาคส่วน
โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างสถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพร ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชุมพร หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน วัด ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และภาคประชาชน ที่ร่วมกันเฝ้าระวัง ค้นหา ดูแล บำบัด ฟื้นฟู และติดตามผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
คณะกรรมการยังได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน อสม. และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งต่างยืนยันตรงกันว่า หลังดำเนินโครงการ ปัญหายาเสพติดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ความร่วมมือของคนในชุมชนเพิ่มขึ้น และประชาชนรู้สึกปลอดภัยมากกว่าเดิม
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลการดำเนินงานด้านการสร้างอาชีพ การฝึกทักษะ และการติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัด เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ โดยเน้นให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง มีศักดิ์ศรี และกลับมาเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าของสังคม
การประเมินในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการวัดความสำเร็จของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า เมื่อชุมชนลุกขึ้นมาร่วมกันปกป้องลูกหลานของตนเอง ปัญหายาเสพติดสามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม
ยาเสพติดอาจพรากลูกหลานออกจากครอบครัวได้ แต่ความรัก ความเข้าใจ และการให้โอกาส สามารถพาพวกเขากลับคืนสู่อ้อมกอดของพ่อแม่ได้เช่นกัน
และนี่คือความหมายที่แท้จริงของ “ชุมชนยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงชุมชนที่ปลอดยาเสพติด แต่คือชุมชนที่ไม่ทอดทิ้งคนของตนเอง และพร้อมยื่นมือดึงผู้หลงผิดกลับมายืนหยัดในสังคมอีกครั้ง
ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514






Users Today : 615
Users Yesterday : 627
Total Users : 9086549
Total views : 41466777
Who's Online : 10