ชุมพร – วิกฤตน้ำกินน้ำใช้! ชาวบ้านงาช้างระทมหนัก ฝายร้างตื้นเขินจนประปาหมู่บ้านใกล้ดับ “นายกโต้ง” สั่งลุยกู้ฝายเขาสามยอด เซฟกว่า 200 ครัวเรือน

ชุมพร – วิกฤตน้ำกินน้ำใช้! ชาวบ้านงาช้างระทมหนัก ฝายร้างตื้นเขินจนประปาหมู่บ้านใกล้ดับ “นายกโต้ง” สั่งลุยกู้ฝายเขาสามยอด เซฟกว่า 200 ครัวเรือน

วิกฤตภัยแล้งเล่นงานชาวบ้านงาช้าง ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร อย่างหนัก หลัง “ฝายเก็บน้ำเขาสามยอด” แหล่งน้ำดิบหลักผลิตประปาหมู่บ้าน ถูกปล่อยรกร้างจนวัชพืชและต้นหญ้าขนาดใหญ่เข้าปกคลุมเต็มพื้นที่ ส่งผลให้ฝายตื้นเขิน ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ตามประสิทธิภาพ ชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนเสี่ยงขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ในชีวิตประจำวัน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า สภาพหน้าฝายเขาสามยอดมีวัชพืชขึ้นหนาแน่นกินพื้นที่กว้างกว่า 100 เมตร และยาวตามแนวร่องห้วยกว่า 300 เมตร ทำให้ปริมาณน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาหมู่บ้านลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลของประชาชนในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับภาวะภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นทุกวัน

ด้านนายจรัญ หนูมาศ ผู้ใหญ่บ้านงาช้าง หลังรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของลูกบ้าน ได้เร่งประสานงานไปยังนายปรีชา มีสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสองพี่น้อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและเครื่องจักรกลหนักของ อบต. จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังนายสุชน สินสมบูรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เขต 3 อำเภอท่าแซะ

ทันทีที่ได้รับรายงาน นายนพพร อุสิทธิ์ หรือ “นายกโต้ง” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้สั่งการอนุมัติส่งเครื่องจักรกลหนักของ อบจ.ชุมพร ลงพื้นที่เข้าดำเนินการขุดลอกและกำจัดวัชพืชบริเวณหน้าฝายโดยทันที เพื่อเร่งฟื้นฟูศักยภาพการกักเก็บน้ำ ก่อนสถานการณ์จะลุกลามสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง

การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วน โดย อบจ.ชุมพร สนับสนุนเครื่องจักรกลหนักและบุคลากร ขณะที่ อบต.สองพี่น้อง รับผิดชอบค่าน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมด จนกว่าภารกิจฟื้นฟูฝายเขาสามยอดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างแสดงความโล่งใจและฝากความหวังไว้กับโครงการฟื้นฟูครั้งนี้ เพราะเมื่อการขุดลอกแล้วเสร็จ ฝายเขาสามยอดจะสามารถกลับมาเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งน้ำดิบเข้าสู่ระบบประปาหมู่บ้านได้เพียงพอ ช่วยคลี่คลายวิกฤตน้ำกินน้ำใช้ และคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนกว่า 200 หลังคาเรือนอย่างยั่งยืน

วิกฤตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ก่อนที่ภัยแล้งจะกลายเป็นหายนะซ้ำเติมวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่.

ธนากร โกศลเมธีรายงาน

 

Related posts