ปทุมธานี-พระองค์ภามอบต้นปาล์มแห่งความหวัง! ชาวหนองเสือซาบซึ้งพระกรุณาธิคุณ หนุนเกษตรกรมีรายได้ยั่งยืน
ชาวอำเภอหนองเสือ จ.ปทุมธานี ยังคงสำนึกในพระกรุณาธิคุณและกล่าวถึงเหตุการณ์แห่งความประทับใจ เมื่อพระองค์ภาเสด็จฯ ลงพื้นที่ส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก พร้อมพระราชทานพันธุ์ปาล์มน้ำมันจำนวน 13,000 ต้น ปลูกริมสองฝั่งคลอง 8 ,9,10 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาจากการทำสวนส้มและการทำนา ให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น อีกทั้งเป็นการช่วยให้รากยึดแนวริมตลิ่งป้องกันการทรุดตัวของตลิ่งริมคลอง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณริมคลอง 9 หมู่ 5 ต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พบว่าต้นปาล์มน้ำมันที่พระองค์ภาเคยเสด็จฯ มาทรงปลูกด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2555 ยังคงเจริญเติบโตแข็งแรง ที่ ลำต้น ใบปาล์ม ผลปาล์ม ให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและเป็นต้นแบบให้เกษตรกรในพื้นที่หันมาปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลาย และนอกจากนี้ นายอักษร น้องสว่าง และนางมณีวรนาฏ น้อยสว่าง ,นางสาวรุ่งนภา คุ่ยต่วน และครอบครัว ยังคงเก็บอุปกรณ์ที่พระองค์ภาท่านใช้ปลูกต้นปาล์มไว้และเก้าอี้ที่ประทับ,ถ้วย,จาน,ชาม,ช้อน,แก้วน้ำ,เหยือกน้ำไว้เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต 
นายอักษร น้อยสว่าง นายกเทศมนตรีตำบลบึงชำอ้อ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่อำเภอหนองเสือมีการประกอบอาชีพทำนาและทำสวนส้มเป็นหลัก แต่เมื่อเกิดปัญหาโรคระบาดในสวนส้ม ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรจำนวนมากประสบภาวะขาดทุนและต้องมองหาอาชีพทางเลือกใหม่ จึงได้มีการนำต้นปาล์มน้ำมันมาทดลองปลูกในพื้นที่ และพบว่าสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินและสภาพอากาศของอำเภอหนองเสือ
จากความสำเร็จดังกล่าว ได้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันเกษตรกรหลายครัวเรือนสามารถสร้างรายได้จากผลผลิตปาล์มน้ำมัน มีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี และสามารถลดความเสี่ยงจากปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ผันผวนได้ในระดับหนึ่ง
นายอักษรฯ กล่าวทั้งน้ำตา ว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 ในช่วงที่พระองค์ภาเสด็จฯ ลงพื้นที่เพื่อติดตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่และการบริหารจัดการน้ำในเขตอำเภอหนองเสือ พระองค์ทรงให้ความสนพระทัยต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ทรงสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลผลิต รายได้ และปัญหาต่าง ๆ ที่ประชาชนเผชิญอยู่ ก่อนจะมีพระดำริสนับสนุนการปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่อย่างจริงจัง
“หลังจากพระราชทานพันธุ์ปาล์มให้กับเกษตรกร ชาวบ้านต่างมีกำลังใจและเชื่อมั่นว่าปาล์มน้ำมันจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างอนาคตให้กับครอบครัว หลายคนสามารถส่งบุตรหลานเรียนหนังสือและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากรายได้ที่เกิดขึ้น” นายอักษรกล่าว
นางสาวรุ่งนภา คุ่ยต่วน กล่าวเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเองรู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมรับเสด็จที่พระองค์ภาทรงลงพื้นที่มาปลูกต้นปาล์มในอำเภอหนองเสือ และพ่อมักจะ เล่าถึงความประทับใจในการได้ร่วมส่งงานกับพระองค์ท่านซึ่ง พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานของพระองค์ให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง และรู้สึกรักพื้นที่อำเภอหนองเสือมากกว่าเดิม เป็นเพราะน้ำพระทัยของพระองค์ท่านในการพัฒนาสร้างอาชีพให้ประชาชนชาวอำเภอหนองเสือได้เล็งเห็นการ ปลูกต้นปาล์มในพื้นที่อำเภอหนองเสือได้ และยังจำ บรรยากาศในวันที่พระองค์ภาเสด็จฯ มาทรงปลูกต้นปาล์มน้ำมันยังคงเป็นภาพแห่งความทรงจำที่ชาวบ้าน อำเภอหนองเสือ ไม่เคยลืม ทุกคนปลาบปลื้ม หรือดีใจที่ได้เห็นท่านทรงเสด็จมาพื้นที่อำเภอหนองเสือ โดย ในวันนั้น มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมารอรับเสด็จด้วยความปลาบปลื้ม และรู้สึกซาบซึ้ง ในพระมหากรุณาที่คุณ ที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับอาชีพเกษตรกรรมและปัญหาปากท้องของประชาชนในพื้นที่ ท่านทรงเป็นกันเองกับประชาชนที่ร่วมรับเสด็จ และทรงห่วงใย พูดคุยทักทายถามความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ เมื่อได้ทราบเรื่องวัดท่านจากไปแล้ว ประชาชนอำเภอหนองเสือรู้สึกเศร้าเสียใจกันเป็นอย่างมาก ซึ่งทุกคนจะรำลึกถึงพระมหากรุณาคุณของพระองค์ท่านที่มอบให้กับชาวอำเภอหนองเสือ ขอให้ท่านเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ ขอพระองค์ทรงสู่สวรรค์คาลัย
นอกจากนี้ นายอักษรยังได้เก็บรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในการปลูกต้นปาล์มน้ำมันในวันดังกล่าว เป็นพั่วปลูก ,ถังรดน้ำ,อุปกรณ์ตัดปาล์ม และสมุดลงนามบันทึกลายเซนต์ชื่อพระองค์ภา รวมถึงถ้วย จาน ชามและแก้วน้ำที่พระองค์ภาทรงใช้ระหว่างเสวยพระกระยาหารไว้เป็นอย่างดี เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจถึงพระมหากรุณาธิคุณและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับชุมชนบึงชำอ้อ
สำหรับอาหารที่จัดถวายในวันนั้น ประกอบด้วย แกงเขียวหวานเนื้อ ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว และก้ามปูผัดสายบัว ซึ่งครอบครัวผู้จัดเตรียมอาหารยังคงจดจำความภาคภูมิใจในโอกาสครั้งสำคัญนี้ได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบัน ต้นปาล์มน้ำมันที่ได้รับการส่งเสริมในพื้นที่อำเภอหนองเสือไม่เพียงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงพระเมตตาและความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกร โดยชาวบ้านต่างยืนยันว่าจะสืบสานแนวทางดังกล่าวต่อไป เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน




Users Today : 388
Users Yesterday : 558
Total Users : 9090082
Total views : 41478283
Who's Online : 18