รอง ผบ.ตร.ประชุมขับเคลื่อนการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกมิติ เน้นประสานงาน จับกุม ช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที พร้อมเดินหน้าสร้างวัคซีนไซเบอร์ให้ประชาชน
วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชุมขับเคลื่อนศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) วานนี้ โดยมี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) และผู้แทนหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมระบบทางไกล

ทั้งนี้ ในการปฏิบัติของ ศปอส.ตร. มีผลการดำเนินการด้านต่าง ๆ อาทิ
– ด้านต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ : พบว่าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center : ACSC) มีการรับแจ้งความออนไลน์วันที่ 1-20 กุมภาพันธ์ 2569 รวมทั้งสิ้น 20,802 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 1,325 ล้านบาท และพบว่าการหลอกลวงจ้างงานและการลงทุน ยังคงเป็นภัยคุกคามที่มีความเสียหายสูง โดยมีการหลอกลวงผ่านทางแพลตฟอร์ม Facebook สูงสุด

– ด้านการพนันออนไลน์ และแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย : จับกุมพนันออนไลน์รวม 64 ราย, การกระทำผิดกฎหมายอื่นทางออนไลน์ 45 ราย และได้ทำงานปิดกั้น URL ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 20 กุมภาพันธ์ 2569 รวมทั้งสิ้น 275,956 URL ซึ่งล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับ Facebook ประเทศไทย และ Meta Platforms ได้ร่วมมือสกัดกั้นเว็บพนันออนไลน์ เว็บเงินกู้ผิดกฎหมาย แพลตฟอร์มผิดกฎหมาย รวมทั้งการโฆษณาที่อาจนำไปสู่การหลอกลวงไปทำงานกับแก๊งสแกมเมอร์
– ด้านอํานวยการและบริหารคดีออนไลน์ : ผลการดำเนินการกรณีคนไทยข้ามแดนจากกัมพูชากลับมายังประเทศไทย และมีความเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในระบบ thaipoliceonline (TPO) ห้วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงปัจจุบัน จำนวน 597 เคสไอดี ออกหมายจับ 187 ราย และจับกุมผู้ต้องหา 55 ราย

พล.ต.อ.ธนาฯ ขอบคุณศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center : ACSC) ที่เป็นแกนกลางในการประสานงานร่วมกับทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบ พร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที รวมถึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว ขอให้ทุกหน่วยยึดถือแนวทางการปฏิบัติเช่นนี้ต่อไป เพราะการช่วยเหลือเหยื่อได้อย่างทันท่วงทีจะลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ พร้อมกําชับข้าราชการตำรวจให้เข้าใช้งานระบบ thaipoliceonline (TPO) เพื่อเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ ติดตาม หาความเชื่อมโยงของคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร.สั่งการให้ทุกหน่วยประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเยาวชน ให้มีภูมิคุ้มกันจากกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์มิให้ตกเปนเหยื่อของอาชญากรกลุ่มนี้ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชัน CYBER CHECK แก่พี่น้องประชาชน โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลสำคัญ อาทิ เบอร์โทรศัพท์ เลขบัญชีธนาคาร ข้อความ SMS และลิงก์ออนไลน์ บัญชีโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อเป็นวัคซีนไซเบอร์ให้แก่พี่น้องประชาชนมิให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการจับกุมเว็บผิดกฎหมายต่าง ๆ รวมทั้งเร่งรัดการปราบปรามและปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ และกำชับการตรวจสอบ จับกุมการจำหน่ายและการโฆษณาอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเน้นย้ำให้ขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ เพื่อความสงบสุขและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างยั่งยืน




Users Today : 289
Users Yesterday : 406
Total Users : 9023300
Total views : 41327184
Who's Online : 4