ปทุมธานี-คืบหน้าหนุ่มแท็กซี่วัย 47ปีดับคาห้องขังวงจรปิดจับภาพ

ปทุมธานี-คืบหน้าหนุ่มแท็กซี่วัย 47ปีดับคาห้องขังวงจรปิดจับภาพ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ต.วิศรุต พจน์มนต์ปิติ สารวัตร(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งเหตุผู้ต้องหาเสียชีวิตภายในห้องคุมขังของ สภ.ปากคลองรังสิต จึงรายงานให้ พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต ทราบ พร้อมประสาน พ.ต.ท.เนติ รุ่งฟ้าแสงอรุณ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.ท.กันณตพงศ์ พุทธชาติ รอง ผกก.ป. สภ.ปากคลองรังสิต และ พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส. สภ.ปากคลองรังสิต รวมถึงเจ้าหน้าที่ส่วนตรวจสอบที่เกิดเหตุ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ อัยการจังหวัดปทุมธานี ปลัดอำเภอเมืองปทุมธานี แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม มาร่วมร่วมกันการชันสูตรพลิกศพ พร้อมด้วยภรรยาผู้เสียชีวิตและและญาติ ,เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าร่วมตรวจสอบ
จากกรณีที่ นายเฉลิมชัย ฤทธิ์ทรง อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 15/2 หมู่ 12 ต.โคกม่วง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา คนขับรถแท็กซี่ นอนหมดสติอยู่ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างออกมาหน้าห้องขัง ก่อนที่จะ ทำการช่วยเหลือด้วยการปั้มหัวใจแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ซึ่งตอนที่เกิดอุบัติเหตุ ได้มีคนมาทำร้ายร่างกายนายเฉลิมชัยฯ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาช่วยเหลือ และนำตัวมาเป่าวัดปริมาณ แอลกอฮอล์ โดยพบว่ามีแอลกอฮอล์ 375 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนคุมตัวในห้องขังเพื่อรอสอบสวนในตอนเช้า
ด้านนางวิไลรัตน์ (หรือแต้ว) ไชยราฎร์ อายุ 47 ปี ภรรยานายเฉลิมชัย ได้เดินทางมาที่โรงพักหลังทราบเรื่องสามี พร้อมกล่าวว่า ตนเอง และสามี อาศัยอยู่ใน แฟลตปลาทอง ตึกที่35 ก่อนจะไปเกิดเหตุ สามีตนเองบอกว่าจะไปรับผู้โดยสาร ซึ่งขณะนั้นทางเพื่อนบ้าน ก็บอกว่าให้กลับไปนอนเถอะ เพราะเมาแล้ว นั่งดื่มตั้งแต่ช่วง 5 โมงเย็น ช่องสามขับรถออกไปได้ระยะหนึ่งเพื่อนบ้านมาตะโกนร้องเรียกบอกว่า รถตาแมนชนรถคนอื่น ตนเองจึงได้ออกไปดู พร้อมทั้งโทรหาหลายสาย ก็ไม่มีคนรับ สักพักจะมีคนรับสาย ซึ่งไม่ใช่สามีตัวเอง และแจ้งว่า สามีตนเอง อยู่ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านสินธร เมื่อออกมาดู ก็พบช่วงจังหวะตอนที่สามีถูกล็อกกุญแจไพล่หลังแล้ว ซึ่งตอนที่เห็นไม่พบว่าที่หน้ามีร่องรอยบาดแผลอะไร ส่วนรถแท็กซี่ของสามีได้รับความเสียหาย ที่บริเวณกันชนด้าน และทราบว่ารถคนอื่น ที่ได้รับความเสียหาย ถูกชนอีกจำนวน 7 คัน ส่วนโรคประจำตัวของสามี ตนเองก็ไม่เคยทราบมาก่อน แต่ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันสามี มาประมาณ5 เดือน ไม่เคยไปหาหมอหรือมีโรคอะไร แต่คงต้องรอให้ทางญาติ พี่น้องของทางสามีมาก่อน เพราะทางญาติ อาจจะทราบบ้างว่าสามีป่วยเป็นโรคอะไร
นายนิว อายุ 19 ปี ผู้เสียหาย (ชายเสื้อขาว)ให้การว่า ตนเองมาจอดรอรับเพื่อนที่บริเวณหน้าแฟลตปลาทอง ซึ่งมาจอดได้เพียงประมาณ2 นาที ก็มีรถแท็กซี่ขับเข้ามาชนตนเอง ซึ่งมาทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวขับชนคันอื่นๆมาก่อน ตนเองถูกชนเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งรถของตนเองถูกชนได้รับความเสียหายและตนเองได้รับบาดเจ็บที่ขาเล็ก จากนั้นมีผู้ชายสองคนขับรถมาทำร้ายร่างกาย ด้วยการเตะต่อย คนขับแท็กซี่ โดยไม่มีอาวุธใดใด ลักษณะของคนขับแท็กซี่ตอนนั้นมีลักษณะคล้ายคนเมาล้มอยู่ที่พื้นถนน
ด้านพ.ต.อ.พัฒน์ชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต กล่าวว่า เมื่อคืนตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุอุบัติ เหตุรถเฉี่ยวชน จึงได้เข้าไปดูที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต ขับรถแท็กซี่ ที่ไปเฉี่ยวชนรถหลายคัน โดยรถมีผู้เสียหายอยู่ประมาณ 5 คัน จากนั้นทางตำรวจก็ได้ควบคุมตัวมามาที่ สภปากครองรังสิต แล้วก็เป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ผลแอลกอฮอล์วัดได้ 375 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทางพนักงานสอบสวน ก็เลยแจ้งข้อหาไว้ก่อน แล้วควบคุมตัวเข้าห้องขังเอาไว้ก่อน

ในขณะที่ตอนที่ตำรวจไปเจอคนขับแท็กซี่นั้น ก็มีชาวบ้านได้นำตัวเขาออกมาจากรถ แล้วก็นั่งอยู่บริเวณฟุตบาท ซึ่งไม่ได้มีการทำร้ายอะไรชาวบ้านพามานั่งอยู่เฉยๆ และไม่มีบาดแผลครับ ไม่มีเลือดใดๆ ในส่วนของการใส่กุญแจมือคนขับแท็กซี่นั้น เพราะว่าในเบื้องต้น ขณะตำรวจเข้าไประงับเหตุนั้น ได้ไปคนเดียวซึ่งควบคุมตัวไว้ก่อน เพื่อกันการหลบหนี อีกทั้งเราก็ยังไม่ทราบว่าเขาเมามากขนาดไหน

สำหรับภรรยาผู้เสียชีวิตนั้น ได้เล่าให้ฟังว่าตั้งแต่ช่วงเย็นประมาณ 6 โมงเย็นได้มีการดื่มสุรากัน ซึ่งดื่มกันจนถึงประมาณสองทุ่ม ทางภรรยาก็ขอกลับไปก่อน จากนั้นภรรยาก็ได้ยินเสียงว่า มีเหตุรถชนเขาก็เลยวิ่งมาดู แล้วก็พบว่าเป็นสามีเขา โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 22.00.น.-23.00.น.
ในส่วนของเรื่องการตามมาทำร้ายร่างกายนั้นยืนยันว่าไม่มีแน่นอนเพราะตำรวจไปถึงควบคุมตัวมาถึงที่โรงพักและไม่มีใครตามมาทำร้าย อีกทั้งจากการที่ตนได้ดูภาพวงจรปิดที่อยู่ในห้องขังก็ไม่มีใครทำร้ายเขาเขามาถึงเขาก็นอนทันที ี่ ในส่วนดารตารตั้งข้อสงสัยว่ามีการทำร้ายที่เป็นเหตุก่อนที่ตำรวจจะไปถึงนั้นคงต้องไปตรวจสอบดูอีกทีขณะนี้ทางตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หมดแล้วเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดว่า เขาโดนทำร้ายมาหรือเปล่าและเสียชีวิตอย่างไร เราก็ต้องทำทุกมิติเพื่อให้ความยุติธรรมเต็มที่กับทุกฝ่าย
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ อัยการจังหวัดปทุมธานี ปลัดอำเภอเมืองปทุมธานี แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม มาร่วมร่วมกันการชันสูตรพลิกศพ พร้อมด้วยภรรยาผู้เสียชีวิตและและญาติ ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย มีแต่บาดแผลที่บริเวณหน้าอกซึ่งเป็นการปั๊มหัวใจ และมีแผลแตกเล็กน้อยที่บริเวณคิ้วด้านซ้ายซึ่งอาจเกิดมาจากอุบัติอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปเชิญตัวถูกคนต้องสงสัยพี่ขับรถตามมาถึงจุดเกิดเหตุและมีการเข้าไปพูดคุยลักษณะคล้ายตบหน้าแต่จากการสอบสวนแล้วเป็นคนที่รู้จักกันโดยบอไม่ได้ทำร้ายแต่พยายามเตือนสติเท่านั้นเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างไล่กล้องและตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีนี้เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ส่วนผู้เสียชีวิต ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ยังนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ (ศูนย์รังสิต) เพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้ง และจะประสาน ให้ญาติๆไปขอรับศพที่โรงพยาบาล เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.
ภาพข่าว สมยศ-ลีลานุช โสภณวิมลรัตน์ /ปทุมธานี 0891223132

Related posts