นายกรัฐมนตรีสั่งลุยกวาดล้างต่างด้าวผิดกฎหมาย เดินหน้าปราบนอมินีอย่างต่อเนื่องผบ.ตร. มอบหมาย พล.ต.อ.สำราญฯ เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส ๔ ในพื้นที่ จว.ชลบุรี
ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบ
นโยบายและเน้นย้ำถึงกรอบแนวคิดหลักในการดำเนินงาน คือ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิต
อันธพาล” เพื่อกวาดล้างขบวนการ “นอมินี” (Nominee) หรือการใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ ตลอดจน
แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้าม
ชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิด
กฎหมาย ได้กำหนดมาตรการปราบปรามกลุ่มคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรและกระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด
โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย การใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดิน การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตและ การแย่งอาชีพคนไทย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ในห้วงที่ผ่านมา
อย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินงานแบ่งเป็น 3 เฟส ครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในภาคใต้ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
จำนวน 4 จังหวัดคือ จว.สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, พังงา และ กระบี่ มีเป้าหมายตรวจค้นที่ดิน 172 แปลง พื้นที่รวม 130 ไร่
1 งาน 25.8 ตร.ว. รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประมาณ 1,671 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 107 หมายจับ
96 คน แบ่งเป็นชาวไทย 29 คน คนต่างด้าว 67 คน สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 65 คน 73 หมายจับ
แบ่งเป็นคนไทย 24 คน 25 หมายจับ เป็นคนต่างด้าว 41 คน 48 หมายจับ คนต่างด้าวประกอบด้วยสัญชาติ อิสราเอล
15 คน, ฝรั่งเศส 6 คน, รัสเซีย 4 คน ,โปแลนด์ 2 คน, สวิสเซอร์แลนด์ 2 คน, แอฟริกาใต้ 2 คน, อังกฤษ 2 คน, เนเธอร์แลนด์
2 คน, ยูเครน 2 คน ,สโลวัก 1 คน, ออสเตรเลีย 1 คน, ฟิลิปปินส์ 1 คน และ ตุรกี 1 คน ศาลมีคำพิพากษาลงโทษแล้ว
๒๐ คดี โดยลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี 3 เดือน ปรับ 15,000 บาท และให้จัดการจำหน่ายที่ดินซึ่งได้มาโดยไม่ชอบด้วย
กฎหมายหรือได้มาโดยไม่ได้รับอนุญาตภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนดซึ่งไม่น้อยกว่า 180 วันเเต่ไม่เกิน 1 ปี หากไม่
จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนดให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นได้
วันนี้ (๑๗ กรกฎาคม ๒๕69) เวลา 1๐.๓0 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะประกอบด้วย
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย
รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.พงศ์พันธ์
วงษ์มณี ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี,
หม่อมหลวง ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, นางสาวหทัยรัตน์ คีรีวัลย์ พาณิชย์จังหวัดชลบุรี และ
นายชัยวัฒน์ แก้วจำรัส เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เปิดปฏิบัติการ “ทลาย
เครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส ๔” ในพื้นที่ จว.ชลบุรี
การเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง
คณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
โดยมีหน่วยงานหลักร่วมบูรณาการ ได้แก่ ฝ่ายปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พาณิชย์จังหวัดชลบุรี ที่ดินจังหวัดชลบุรี
สรรพากรจังหวัดชลบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และตำรวจท่องเที่ยว ต่อมา ตรวจคนเข้าเมือง
จังหวัดชลบุรี ได้จับกุมหญิงต่างด้าวรายหนึ่ง ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
สถานีตำรวจภูธรบ้านบึง ได้ดำเนินการจับกุมคดีเกี่ยวกับการใช้นอมินีในพื้นที่จังหวัดชลบุรีจากข้อมูลดังกล่าว กองกำกับการ
สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี จึงได้ร่วมกันสืบสวนขยายผล โดยประสานข้อมูลกับ
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พาณิชย์จังหวัดชลบุรี ที่ดินจังหวัดชลบุรี และสรรพากรจังหวัดชลบุรี
อย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบพบว่าจังหวัดชลบุรีมีนิติบุคคลจดทะเบียนทั้งสิ้น 76,343 ราย ในจำนวนนี้เป็นนิติบุคคลที่มี
ผู้ถือหุ้นต่างด้าว 28,463 ราย และจากการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่านิติบุคคลที่อาจมีลักษณะเข้าข่ายการ
ถือหุ้นแทน หรือที่เรียกว่า “นอมินี” จำนวน 14,264 ราย นอกจากนี้ ยังมีการส่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ทำบัญชี
ที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งนิติบุคคลแทนคนต่างด้าว จากการสืบสวนพบว่า มีบุคคลสัญชาติไทย
ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ทำบัญชี 2 ราย เข้าไปถือหุ้นในบริษัทจำนวนมาก โดยรายแรกถือหุ้นในบริษัทจำนวน 146 บริษัท
มูลค่าหุ้นประมาณ 142 ล้านบาท และอีกรายถือหุ้นในบริษัทจำนวน 40 บริษัท มูลค่าหุ้นประมาณ 74 ล้านบาท ซึ่งบริษัท
ที่บุคคลทั้งสองเข้าไปถือหุ้นนั้น มีความเชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินในโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
ต่อมาตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีได้สืบสวนเพิ่มเติม พบพฤติการณ์การส่งข้อมูลภายในระหว่างกลุ่มคนต่างด้าว และ
พบการประกาศขายหรือให้เช่าบ้านพร้อมที่ดิน โดยนายหน้าชาวรัสเซีย ผ่านเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในประเทศรัสเซีย อีกทั้ง
มีการเรียกหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีเป็นภาษารัสเซีย ในลักษณะที่สื่อว่าเป็น “หมู่บ้านของชาวรัสเซีย” อย่างชัดเจน
เมื่อตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน พบว่ามีกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย ร่วมกับบุคคลสัญชาติไทยบางราย และผู้ได้
รับใบอนุญาตผู้ทำบัญชี จัดตั้งนิติบุคคลเพื่อถือครองบ้านเดี่ยวในโครงการ “ส. พัทยา” รวม 6 โครงการ มีบ้านเดี่ยวรวม
ประมาณ 775 หลัง มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท โดยมีนิติบุคคลถือครองจำนวน 495 บริษัท เป็นนิติบุคคลที่มีคน
ต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้น จำนวน 435 บริษัท จากการตรวจสอบเชิงลึก พบว่ามีนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทน
ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นนอมินี จำนวน 19 บริษัท และเป็นนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 แล้วถือครองที่ดิน
จำนวน 14 บริษัท รวมกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น 33 บริษัท
จากพยานหลักฐานดังกล่าว ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีจึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานี
ตำรวจภูธรห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย และผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มของ
MR. I ซึ่งมีพฤติการณ์จัดตั้งบริษัทเพื่อถือครองบ้านและนำไปขายต่อเพื่อแสวงหากำไรผ่านช่องทางออนไลน์ และ
กลุ่มครอบครัว B ซึ่งมีพฤติการณ์จัดตั้งบริษัทเพื่อถือครองบ้านและนำไปปล่อยเช่า พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิด
ตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 , 37, พระราช
กำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มาตรา 8, ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 97, 111, 112
และ 113 รวมถึงความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา
เพื่อขอออกหมายจับบุคคลต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย จำนวน 4 ราย และขอออกหมายค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน
41 หมาย ผลการปฏิบัติในวันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบถ้วนทุกราย พร้อมทั้งได้ตรวจค้น
สถานที่เป้าหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์
โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอย้ำว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ในการป้องกันและ
ปราบปรามการใช้นิติบุคคลอำพราง หรือการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย โดยเฉพาะกรณีการ
ถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจที่กฎหมายจำกัดไว้สำหรับคนไทย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการด้วยความรอบคอบ
เป็นธรรม และยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบกฎหมาย ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติ โดยบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วย
ราชการที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ถูกต้อง
ตามกฎหมาย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน
ว่า ธุรกิจใดที่คนต่างด้าวสามารถดำเนินการได้และต้องได้รับอนุญาตในรูปแบบใด กฎหมายดังกล่าวแบ่งลักษณะธุรกิจออกเป็น
หลายบัญชีโดยในส่วนที่สำคัญ คือ “บัญชีสอง” และ “บัญชีสาม” ธุรกิจตามบัญชีสองจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงพาณิชย์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ส่วนธุรกิจตามบัญชีสาม คนต่างด้าวสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาต
ประกอบธุรกิจต่างด้าวได้ โดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้พิจารณาอนุญาตตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย อันจะเป็นการ
สร้างเศรษฐกิจการลงทุนที่ดีต่อประเทศ
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่หยุดยั้งเพียงแค่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่จะขยายผลปราบปรามในทุกพื้นที่
ทั่วประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยหรือเบาะแส
การกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง






Users Today : 605
Users Yesterday : 701
Total Users : 9128041
Total views : 41570861
Who's Online : 13