19/05/2024

ประจวบคีรีขันธ์-เยี่ยมจุดตรวจด่านสิงขรพร้อมพัฒนาเป็นด่านถาวร

ประจวบคีรีขันธ์-เยี่ยมจุดตรวจด่านสิงขรพร้อมพัฒนาเป็นด่านถาวร

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พลโท ชิษณุพงศ์ รอดศิริ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.วุทธยา จันทมาศ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง ผบ.ร.19/ผบ.ฉก.จงอางศึก พ.อ.สรายุทธ ศรลัมพ์ รอง ผบ.ฉก.จงอางศึก ให้การต้อนรับ ก่อนรับฟังการบรรยายสรุป ที่ห้องประชุม ฉก.จงอางศึก จากนั้นเดินทางที่ยังจุดตรวจด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้กำลังใจกำลังพล


ขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมอาคารด่านพรมแดนสิงขร CIQ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกรมสนธิสัญญาและกฏหมาย กรมแผนที่ทหาร และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยงานในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประชุมหารือส่วนราชการและตรวจภูมิประเทศบริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร โดยมีหน่วยงานในพื้นที่ ประกอบด้วย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ทำการปกครองจังหวัด ตรวจคนเข้าเมืองประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ติดตามการทำงานของหน่วยงานในประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน ด้านการค้า การลงทุน การเคลื่อนย้ายสินค้าของทั้งสองประเทศ และแนวทางการยกระดับจุดผ่อนปรนพิเศษเป็นจุดผ่านแดนชั่วคราว


นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ภายหลังการประชุมได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากขึ้น และตรงนี้มีความสำคัญ เพราะว่าในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งต่างๆ ที่เรามาคุยกัน สร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้น ในท้ายที่สุดแล้วก็ให้ผลกำไรกับประชาชนเป็นรูปธรรม มองว่าด่านสิงขรมีศักยภาพอีกเยอะ ความร่วมมือด้านการค้าขาย ทางเศรษฐกิจ ได้มาฟังสิ่งที่ภาคเอกชนไทยต้องการ จะนำข้อมูลไปคุยกับกระทรวงการต่างประเทศและทางฝ่ายความมั่นคง นำข้อมูลทั้งสองไปประมวลผลร่วมกันกับผู้ปฏิบัติ รวมทั้งส่วนราชการที่อยู่ในจังหวัด กำหนดนโยบายแผนปฏิบัติการ และแนวทางการปฏิบัติให้สอดคล้องกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จริงๆ ทำให้ความร่วมมือทำธุรกิจระหว่างไทย-เมียนมาร์ประสบผลสำเร็จ สามารถสร้างผลกำไรให้ประชาชนของทั้งสองประเทศ


“สำหรับการสร้างจุดผ่านแดนถาวรด่านสิงขร เป็นความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศ แต่ขออนุญาติเรียนว่าการผลักดันให้เป็นด่านถาวรไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายเราฝ่ายเดียว ต้องฟังทั้งฝ่ายเมียนมาร์ด้วย ต้องฟังในทุกมิติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ผลกำไร หรือได้รับการยอมรับ ได้ผลสัมฤทธิ์เท่าเทียมกัน เป็นความร่วมมือเพื่อคนไทยและชาวเมียนมาร์”


ข้อมูลจากจากเวปไซค์ ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนมีนาคม 2567 มีมูลค่าการนำเข้า 1,044 ล้านบาท มูลค่าส่งออก 208 ล้านบาท รวมมูลค่านำเข้าส่งออกเป็น 1,252 ล้านบาท โดยมีสัตว์น้ำแช่แข็ง ประกอบด้วย ปลา ปู กั้ง หอย หมึก มีสัดส่วนร้อยละ 60 ของมูลค่าการนำเข้า ปลาป่นและอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ร้อยละ 10 ที่เหลือเป็นพืชผลทางการเกษตร ส่วนสินค้าส่งออกของไทย คือ ผลไม้สด อาทิ องุ่น สด แอปเปิ้ล สาลี และวัสดุก่อสร้าง


ขณะที่ปริมาณการท่องเที่ยวของชาวเมียนมาร์ ก่อนการปิดด่านสิงขรจากฝั่งเมียนมาร์ที่มีการสู้รับกัน มีปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวน 2,000 – 3,000 คนต่อเดือน ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวยังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยหนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) กำหนดให้อยู่ได้ในอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นระยะเวลา 4 คืน 3 วัน ซึ่งนักท่องเที่ยวมีปริมาณการใช้จ่ายเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ต่อคนต่อวัน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เรื่องราวที่คุณอาจพลาดไป