มุกดาหาร -ระทึกทั้งวัน! ไฟไหม้เตาอบยางพาราโรงงานดังมุกดาหาร ปะทุซ้ำหลายระลอก ชาวบ้านผวาควันพิษ-ฝุ่น PM2.5 ปกคลุมพื้นที่ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์

มุกดาหาร -ระทึกทั้งวัน! ไฟไหม้เตาอบยางพาราโรงงานดังมุกดาหาร ปะทุซ้ำหลายระลอก ชาวบ้านผวาควันพิษ-ฝุ่น PM2.5 ปกคลุมพื้นที่ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์

 

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุสื่อสารฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากเทศบาลตำบลโพนทรายว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพารา บริษัท ธงทอง รับเบอร์ จำกัด เลขที่ 261 หมู่ 7 ตำบลโพนทราย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน

ภายหลังรับแจ้ง นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้นำรถบรรทุกน้ำดับเพลิงจำนวน 2 คัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อสนับสนุนการควบคุมเพลิงทันที

จากนั้นเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลโพนทราย เทศบาลตำบลมุกดาหาร เทศบาลตำบลกุดแข้ เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ และเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้บูรณาการกำลังร่วมกันเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยระดมรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำฉีดลดอุณหภูมิบริเวณจุดเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง

การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ภายในเตาอบยางพารา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสะสมความร้อนสูง แม้เปลวไฟจะยังไม่ลุกลามไปยังอาคารผลิต คลังสินค้า หรือส่วนอื่นของโรงงาน แต่ยังคงเกิดการครุไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อลดอุณหภูมิและป้องกันการลุกลาม

ต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในระดับหนึ่ง และจำกัดวงเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังทรัพย์สินส่วนอื่นของโรงงาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยางพาราแปรรูปเป็นวัสดุที่สามารถสะสมความร้อนได้เป็นเวลานาน จึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการครุไหม้หรือปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา

ล่าสุดเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าไฟยังคงลุกไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะภายในเตาอบ ทำให้ยังไม่สามารถยุติภารกิจได้ โดยทุกหน่วยยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

ในเวลาต่อมา นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายอาร์ม จินตนาดิลก หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมอำนวยการและบัญชาการเหตุการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมและมีโอกาสเกิดการปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา

 

กระทั่งเวลา 16.15 น. สถานการณ์เกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเตาอบยางพาราเกิดการปะทุอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผนังคอนกรีตบางส่วนแตกร้าวจากแรงดันความร้อนสะสมและก๊าซภายใน เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย พร้อมเร่งควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามเป็นวงกว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

 

เหตุเพลิงไหม้ที่กินระยะเวลายาวนานยังสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เนื่องจากยางพาราเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เมื่อเกิดการเผาไหม้อาจปลดปล่อยก๊าซและสารมลพิษหลายชนิด อาทิ คาร์บอนมอนอกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สารไฮโดรคาร์บอน รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และ PM10 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง

 

อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงเย็นของวันเดียวกัน ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมสูงและเสี่ยงต่อการปะทุซ้ำ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ/ข่าว อรรครัตน์-เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

Related posts